This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคเล่นสาดน้ำเย็นใจ...ช่วงมีประจำเดือน

ผ้าอนามัยแบบสอด

....จารยา บุญมาก 
       
       ณ จุดนี้ เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน สำหรับสาวๆ ที่ยังไม่ได้โดนน้ำสงกรานต์เลยสักหยด ทั้งๆ รอคอยมาแสนนาน บางคนดันติดปัญหา “ประจำเดือน” เชื่อว่า สาวๆ คงจะหงุดหงิดใจไม่น้อย หลายคนจึงเลือกที่จะทานยาเลื่อนประจำเดือน มาล่วงหน้าเพื่อให้ได้เล่นน้ำแบบเต็มอิ่ม ในวันหยุดยาว
       
ทว่า การพึ่งยาดังกล่าวมากไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี โดยพญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รพ.พญาไท 1 กทม.ได้อธิบายถึงสาระความรู้เกี่ยวกับยาดังกล่าว ว่า ปัจจุบันยาเลื่อนประจำเดือน ไม่เพียงแต่นิยมในวัยทำงานเท่านั้น แต่ยังมีวัยรุ่น ใช้อยู่จำนวนไม่น้อย โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการใช้อยู่ระหว่างอายุ 20-45 ปี โดยทั่วไปยาที่ผู้หญิงรับประทานเพื่อเลื่อนประจำเดือน มีให้เลือกใช้ได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ ยาฮอร์โมน โปรเจสเทอโรน (progesterone) อีกกลุ่ม คือ ยาเม็ดคุมกำเนิด โดยการเลือกใช้ต่างกัน คือ ถ้าเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด มักเลือกใช้ในกรณีทานยาคุมกำเนิดอยู่เดิมแล้ว และต้องการเลื่อนประจำเดือน มีเทคนิค คือ ถ้าเดิมทานยาคุมชนิด 21 เม็ด และเมื่อทานครบ 21 เม็ด ก็จะเป็นช่วงที่มีประจำเดือน แต่ไม่อยากให้มีประจำเดือน ก็ให้เริ่มยาคุมแผงใหม่เลยหลังแผงแรกครบ 21 เม็ด โดยไม่ต้องเว้น และทานต่อจนกระทั่งเสร็จภารกิจ ก็ให้หยุดทาน (นั่นคือแผงนั้นต้องทิ้งไป) จากนั้นรอสัก 3-4 วัน ก็จะมีประจำเดือนมา แต่ถ้าเป็นชนิด 28 เม็ด ก็ให้ทานจนครบ 21 เม็ดแล้วไม่ต้องทายาหลอก 7 เม็ดสุดท้าย แต่ให้เริ่มแผงใหม่ต่อเลยจนกระทั่งเสร็จภารกิจ หยุดทาน ก็จะมีประจำเดือนมาในลักษณะเดียวกัน แต่ถ้าเดิมไม่ได้ทานยาคุมกำเนิดอยู่ก่อน แนะนำให้ใช้เป็นยาโปรเจสเทอโรน โดยทานก่อนวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนสัก 3-4 วัน และทานต่อจนเสร็จภารกิจก็ให้หยุดทาน จากนั้นรอสัก 3-4 วันก็จะมีประจำเดือนมา
       
       ทั้งนี้ ในกรณีโปรเจสเทอโรน มีข้อดี คือ ทานง่ายและหยุดเมื่อต้องการให้ประจำเดือนมาได้ แต่ข้อเสียก็มี คือ เมื่อทานบ่อย จนทำให้การมีประจำเดือนผิดปกติ
       
       นอกจากนี้ ยาในกลุ่มโปรเจสเทอโรน อาจพบผลข้างเคียง เช่น รู้สึกอึดอัด ตัวบวมขึ้นเล็กน้อยขณะที่ทานยาได้ ซึ่งผลข้างเคียงดังกล่าว ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ค่ะ ส่วนผลข้างเคียงจากยาคุมกำเนิด ได้แก่ น้ำหนักตัวขึ้น เจริญอาหาร คลื่นไส้อาเจียน เกิดฝ้า สามารถป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงสายๆ หรือบ่ายๆ ป้องกันการคลื่นไส้ด้วยการดื่มน้ำเยอะๆ หลังทานยา และควบคุมน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายและคุมอาหาร
       
       แม้มีผลข้างเคียงที่ไม่ร้ายแรงนัก แต่กรณีบางรายซึ่งมีโรคประจำตัวอยู่ก่อน เช่น เนื้องอกมดลูก หรือเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ พอทานยาเลื่อนนานๆ เมื่อหยุดยาแล้วมีประจำเดือนมา อาจพบปัญหาประจำเดือนมามากผิดปกติจนเพลียได้ จึงต้องระมัดระวัง ทานเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น หรืออาจจะขอคำปรึกษาสูตินรีเวชก่อนทานหากไม่แน่ใจ
       
       “อย่างไรก็ตาม การทานยาเลื่อนประจำเดือนช่วงสงกรานต์ถือว่าเป็นการเลื่อนเฉพาะกิจ และเป็นเทศกาลสำคัญปีละครั้ง ถ้าทานยาเลื่อนควรทานอย่างถูกต้องและทานก่อนวันที่คาดว่า จะมีประจำเดือนสัก 3-4 วัน และทานต่อเนื่องทุกวันจนคิดว่าจะให้มีประจำเดือนมาได้จึงหยุดทาน นอกจากนี้ ในกรณีที่มีประจำเดือนขณะเล่นน้ำสงกรานต์ ต้องดูแลเป็นพิเศษไม่ให้อับชื้น เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ หรือเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งจะไม่พบปัญหาเปียกชุ่มน้ำ หรืออับชื้น อันจะนำมาซึ่งเชื้อราได้ และต้องอย่าลืมว่า การดูแลจุดซ่อนเร้นขณะมีประจำเดือนก็สำคัญมาก ควรดูแลให้แห้ง โล่ง โปร่ง สบาย เพื่อป้องกันความอับชื้น ซึ่งจะทำให้เกิดเชื้อราในช่องคลอดได้ แม้เป็นปัญหาเล็กน้อย แต่ก่อให้เกิดอาการคันและเสียบุคลิกภาพได้” พญ.ธิศรา กล่าวทิ้งท้าย...



ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน



วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความรู้เรื่องเพชรทั่วไป

การซื้อเพชรไม่ใช่การลงทุน  
    สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อของมีราคาอย่างเพชรคือควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนที่จะซื้อ เพื่อป้องกันการหลงเชื่อคำโฆษณา
    สิ่งหนึ่งที่คนขายเพชรมักบอกท่านคือการซื้อเพชรถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แม้จะขัดกับอาชีพของเราที่จะบอกท่านเช่นนี้ จริงๆแล้วการซื้อเพชรนั้นไม่ใช่การลงทุนที่ดีนัก เพชรเป็นการประเมินคุณภาพว่าสวยคงทน และให้ความพึงใจในด้านแฟชั่น และอาจให้ท่านได้ชื่นชมกันนานหลายชั่วอายุคน
    สาเหตุที่เพชรกราคาแพงคือเพชรผ่านมือคนมามากตั้งแต่เดินทางจากเหมืองจนกระทั่งมาถึงมือท่าน และผ่านการบวกกำไรมาหลายขั้นตอน ทำให้ราคาขายปลีกนั้นสูงมาก จนกล้ารับประกันได้ว่าเวลาขายต่อจะไม่มีทางได้กำไรอย่างแน่นอน
    เช่นเดียวกับรถยนต์ที่เมื่อถอยออกมาจากโชว์รูมแล้วราคาจะหายไปประมาณ 15%.....ส่วนมูลค่าของเพชรเมื่อซื้อออกจากร้านไปแล้วนั้นจะหายไปอย่างน้อย 30-40%
ทบทวน: ข้อเท็จจริงต่างๆเรื่องเพชร
1. เพชรที่มีความบริสุทธิ์ระดับตั้งแต่ FI ถึง SI1 (ไร้ตำหนิถึงมีสารอื่นเจือปนเล็กน้อย) จะดูเหมือนกันหมดเมื่อเอาไปทำเป็นเครื่องประดับแล้ว ถึงแม้จะเป็นเพชรที่มีสารเจือปนในระดับ SI2 ก็ตามแต่ ก็จะมองไม่เห็นสารเจือปนด้วยตาเปล่า
2. มูลค่าของเพชรจะลดทันทีอย่างน้อย 30-40% ทันทีที่ซื้อไปจากผู้ขาย
3. การซื้อเพชรที่มีความบริสุทธิ์ระดับ SI (มีสารเจือปนเล็กน้อย) ถึง VS (มีสารเจือปนน้อยมาก) นั้นถือว่าคุ้มค่าที่สุด ที่ทั้งประหยัดและยังได้เพชรสวยๆ อีกด้วย 
4. การซื้อเพชรที่มีความบริสุทธิ์ ระดับสูงตั้งแต่ IF-VVS นั้น หมายถึงท่านจ่ายแพงขึ้นและยังแทบจะไม่ได้สินค้าที่มีคุณค่ามากขึ้นเท่าไรนักสำหรับเงินที่เสียไป 
5. การซื้อเพชรปรับคุณภาพนั้นถือเป็นวิธีที่ดีที่ท่านจะได้เพขรสวยงามในราคาที่ต่ำกว่ามากหลายเท่าตัวกับกำลังซื้อที่ท่านเสียไป ซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องเลือกซื้อเพชรอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้เพชรเม็ดใหญ่และสวยที่สุด ในราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่สุด และ Nicer Diamonds สามารถจัดสรรให้ท่านได้ 

เพชรธรรมชาติที่ผ่านการปรับคุณภาพ
    เพชร ที่ได้รับการปรับระดับความสะอาด จะสามารถทำให้ตำหนิของเพชรหายไปได้ โดยไม่เสียคุณภาพของเพชรแต่อย่างใด ในทางกลับกันกลับช่วยทำให้เพชรสะท้อนแสงได้ดีกว่าเดิม จึงทำให้เพชรดูใสและเจิดจรัสมากขึ้น
    คำแนะนำที่สำคัญที่สุดก็คือ : เพชรเป็นสินค้าแฟชั่นเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่การลงทุนเพื่อผลกำไร ดังนั้นการซื้อเพชรที่ผ่านการปรับคุณภาพเพชรปกติที่อาจมีราคาสูงกว่าตั้งแต่ 2-4 เท่าตัว จึงทำให้ท่านได้เพชรที่สวยงามและยังช่วยประหยัดเงินได้มาก

การดูแลรักษาเพชรธรรมชาติที่ผ่านการปรับคุณภาพ

    เพชรที่ผ่านปรับคุณภาพ (รวมถึงเพชรอื่นๆ) นั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องพ่นความร้อน (blowtorch) โดยตรง และไม่ควรนำเพชรไปต้มในสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง ถ้าหากเครื่องทองของท่านจำเป็นต้องมีการซ่อมหรือปรับเปลี่ยนขนาด ควรให้ช่างนำเพชรออกก่อน แล้วเมื่องานเสร็จแล้ว ค่อยใส่กลับคืนเหมือนเดิม

เพชรต้องมีใบรับรองจากสถาบันที่มีชื่อเสียง เช่น GIA  และมีเกรดการเจียระไนที่ดีที่สุดและไม่มีการเรืองแสง โปรดตรวจดูคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นองศา และค่าเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเพชรเม็ดนั้น  สามารถให้ร้านเพชรแนะนำให้ได้


คุณภาพเพชรที่เป็นที่ต้องการของตลาด  สี หรือน้ำ D –E- F  ความสะอาด IF –VVS- VS



ข้อแนะนำเพิ่มเติม


ศึกษาหาความรู้เรื่องเพชรที่มีใบรับรอง สถาบัน GIA มีเปิดสอนใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 1 เดือน


เพชรที่ลงทุนดูที่ 6 Cs


C   = Carat Weight


C   = Color


C   = Clarity


C   = Cut


C   = Certificate


C   = Connection


สรุปจากบทสัมภาษณ์ Post Today เดือนมกราคม 2554


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
Nicer Diamonds
ผู้ให้สัมภาษณ์ ตูน แฟนพันธุ์แท้อัญมณี                                       


   So.cl อีกทางเลือกที่ไม่ใช่เฟซบุ๊ก


วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อาการ ช่องคลอดแห้ง พิษร้ายของสาววัยทองยามขึ้นเตียง...

นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ สูตินรีแพทย์



คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจระหว่างกันอันเป็นองค์ประกอบของการใช้ชีวิตคู่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือเรื่องของ "เพศสัมพันธ์" เพราะมีหลายคู่ที่สัมพันธ์รักดำเนินมาอย่างยาวนานและราบรื่น แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเคียงคู่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง เนื่องจากการมีปัญหาในเรื่องเพศสัมพันธ์นั่นเอง และยิ่งสำหรับสาวอายุ 50-70 ปี หรือที่เรียกกันว่าสาววัยทองนั้น การทำงานของฮอร์โมนบางอย่างก็อาจเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และอาจส่งผลกระทบให้กิจกรรมบนเตียงมีปัญหาตามไปด้วย
       
       จากสถิติระบุว่า 2 ใน 3 ของสาววัยทองมักมีปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์กับสามี และพบว่า 72% มาจากปัญหาช่องคลอดแห้ง นพ. ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ สูตินรีแพทย์ประจำคลินิกเครือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อธิบายว่า เกิดจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) ซึ่งหน้าที่หนึ่งของฮอร์โมนดังกล่าว คือทำให้ภายในช่องคลอดมีความอวบอิ่ม ยืดหยุ่น และทำให้เกิดความชุ่มชื้นภายใน เมื่อระดับฮอร์โมนลดลงในช่วงวัยทอง ก็จะทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง ภายในช่องคลอดก็จะบาง ไม่ยืดหยุ่นและชุ่มชื้นอีกต่อไป และส่งผลให้ปริมาณแบคทีเรียที่ดีต่อช่องคลอดลดน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองและรู้สึกไม่สบายในบริเวณนั้น
sexในวัยทอง
       
       "นอกจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงแล้ว ประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมบาร์โธลินที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำหล่อลื่นก็ลดลงไปด้วย ในช่วงก่อนอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการเตรียมพร้อมสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ แต่ในช่วงวัยทองอาจใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากสาเหตุดังกล่าว ทำให้สาววัยทองหลายคนพบว่า ความรื่นรมย์ในการร่วมเพศลดลง เพราะเกิดความเจ็บแสบระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และยังอาจติดเชื้อได้ง่ายขึ้น" นพ.ก้องศาสดิ์ กล่าว
       
       สำหรับปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงก่อนเข้าสู่วัยทอง นพ.ก้องศาสดิ์ ระบุว่า การดื่มแอลกอฮอลล์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย การพักผ่อนน้อย และความเครียด รวมไปถึงการตัดรังไข่ก็จะเป็นตัวเร่งให้เข้าสู่ช่วงวัยทองได้เร็วยิ่งขึ้น ฉะนั้น สาวๆสามารถหันกลับมาดูแลตัวเองได้ โดยการรับประทานอาหารที่มีสารไฟโตรเอสโตรเจน ไอโซฟลาโวนส์ และลิกแนน ซึ่งมีโครงสร้างและคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน พบมากในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ถั่วประเภทต่างๆ ธัญพืช และเมล็ดลินิน (เฟล็กซีด) นอกจากนี้ ยังต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไลโนเลอิก เพราะจะทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผนังช่องคลอดและเยื่อบุช่องคลอด พบมากในดอกคำฝอย เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา และผักใบเขียว
       
       "การดื่มน้ำมะพร้าวที่หาง่ายๆ ในบ้านเรา และกำลังเป็นที่นิยมของนักร้องชื่อดังอย่างมาดอนน่า และดาราสาวเจนิเฟอร์ อนิสตัส ก็ช่วยสาววัยทองได้เช่นกัน เนื่องจากมีเอสโตรเจน ส่วนอาหารที่ต้องระวังคือ อาหารประเภทไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และคาเฟอีน ควรงดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ทำจิตใจให้แจ่มใสพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญคือ ไม่ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับสามี เพราะเพศสัมพันธ์จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะช่วยทำให้ผนังช่องคลอดแข็งแรง และช่วยบรรเทาความไม่สบายตัวจากผนังช่องคลอดบางลงได้ดีขึ้น" นพ.ก้องศาสดิ์ แนะ
ช่องคลอดแห้งเพราะน้ำหล่อลื่นลดลง
       
       นอกจากวิธีการดังกล่าวแล้ว การไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรักษาอาการสำหรับสาววัยทองโดยเฉพาะเป็นสิ่งจำเป็น นพ.ก้องศาสดิ์ กล่าวว่า เมื่อสาววัยเริ่มประสบปัญหาดังกล่าว หลายคนอาจรู้สึกอายและไม่กล้าเข้าพบสูตินรีแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะการเข้าพบแพทย์เฉพาะทางจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ในวัยทองได้ และทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข โดยไม่ส่งผลกระทบต่อตนเอง สามี และคนใกล้ชิด ฉะนั้น หากมีปัญหาดังกล่าวควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอาการเบื้องต้น โดยแพทย์จะดูความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และรักษาเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ เช่น ร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง หงุดหงิด นอนไม่หลับ ฯลฯ ในบางคนแพทย์อาจให้คำแนะนำให้ใช้เจล ฮอร์โมนเหน็บ หรือรับฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริม และจะหยุดการใช้ยาเมื่ออาการต่างๆ ดีขึ้น
ประโยชน์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน
       
เปรียบเทียบน้ำหล่อลื่นในผนังช่องคลอด
ถั่วเหลืองมีสารคล้ายเอสโตรเจน
น้ำมะพร้าวมีสารคล้ายเอสโตรเจน
รับฮอร์โมนเอสโตรเจน


       "ไม่ควรจะเครียดกังวลกับปัญหานี้มากเกินไปจนเสียสมดุลในชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ปัญหาช่องคลอดแห้งในผู้หญิงวัยทองเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ และจะหายไปโดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี ไม่ได้เป็นตลอดชีวิต การดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ และหากสามารถทำได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่วัยทองก็นับเป็นเรื่องดี" นพ.ก้องศาสดิ์ กล่าวทิ้งท้าย...


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th : 16 มิถุนายน 2555 13:11 น.




วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผู้ชายเชื่อกันว่า “เจ้าโลก” ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ผู้หญิงบางคนก็อาจพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้หนุ่มไทยที่เจ้าโลกมีความยาวมาตรฐานเฉลี่ย 4-5 นิ้ว เห็นว่า “จิ๋ว” เกินไป จึงพยายามสรรหาทั้งยากินยาทามาถูนวดบำรุงกันอย่างหนัก หวังให้มังกรน้อยกลายเป็นมังกรยักษ์

       หากหนุ่มคนไหนมีไซส์ใหญ่กว่านี้ คงคิดว่าตัวเองโชคดี ไม่ต้องทาถูๆ “กระปู๋” ของตัวเอง
       อ๊ะ..อ๊ะ..แต่ถ้ามีของใหญ่คับฟ้าแล้วใช้งานไม่เป็น ก็ “เสียของ” เปล่าๆ
       ดังนั้น ผู้ชายที่มีอาวุธลับเกินพิกัดทั้งหลาย โปรดฟังอีกครั้ง...
       ถ้าอยากให้เจ้าโลกบิ๊กเบิ้มได้บรรเลงบทรักอย่างสุขสมกับสาวคนรัก ต้องทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ ที่รับรองเห็นผล จนคุณต้องกระซิบบอกเธอว่า
       “ถ้าชอบ กด Like ถ้าใช่ กด Love นะจ๊ะที่รัก”
1.ชโลมเจลหล่อลื่นเยอะๆ

       แม้คุณจะเล้าโลมจนน้องสาวเธอเริ่มเยิ้มฉ่ำแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้การบุกทะลวงของน้องชายไซส์ XL เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้น คุณจึงควรใช้เจลหล่อลื่น เพราะจะช่วยลดการเสียดสีได้มาก ทำให้น้องหนูไม่เจ็บระบบจนเกินไป
       เจลที่ใช้ควรมีส่วนผสมของน้ำหรือซิลิโคน ซึ่งเข้ากันได้ดีกับการใช้ถุงยางอนามัย และหลีกเลี่ยงเจลที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ เพราะมันจะทำให้กระปู๋ติดเชื้อราได้
       ส่วนวิธีทาเจลแบบเร้าอารมณ์ โหมไฟสวาท ต้องให้สุดเลิฟของคุณช่วยทาในช่วงอุ่นเครื่อง รับรองน้องชายเด้งดึ๋งเร็วทันใจ





2.หลีกเลี่ยงเซ็กซ์ประตูหลังและท่าด็อกกี้
       เพราะธรรมชาติไม่ได้สร้างช่องทวารหนักของผู้หญิงไว้ให้ผู้ชายใช้เล่นจ้ำจี้ มันจึงไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนช่องสวรรค์ ซึ่งมีไว้เพื่อการเมกเลิฟและคลอดลูกโดยเฉพาะ แต่หากคุณชื่นชอบประตูหลัง ต้องระวังเจ้ามังกรยักษ์จะทำให้สาวคนรักเจ็บจนหายเสียว..เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
       ส่วนท่าด็อกกี้เป็นท่าเมกเลิฟที่เหมาะสำหรับหนุ่มฤทธิ์มีดสั้น เพราะจะช่วยให้เข้าได้ลึกสุดๆ ส่วนหนุ่มอาวุธด้ามยาวอย่ารินำท่าเจ้าตูบเริงรักมาใช้กับสาวคู่ใจเป็นอันขาด เพราะการแทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ อาจทำให้เธอกรี๊ดสลบด้วยความเจ็บปวด


3.ท่ามิชชันนารี, ผู้หญิงอยู่บน หรือตะแคงข้าง..ก็เอาอยู่
       ท่าร่วมรักที่ผู้หญิงนอนหงาย ผู้ชายอยู่บน จะช่วยไม่ให้เจ้าโลกบิ๊กเบิ้มเข้าลึกจนเกินไป จึงเป็นท่า “win-win” ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเอนจอยเซ็กซ์อย่างชิลชิล
       สำหรับท่าผู้หญิงอยู่ด้านบน จะทำให้เธอสามารถกุมบังเหียน ขับเคลื่อนแท่งขีปนาวุธให้ตื้นลึกได้ตามใจชอบ คุณผู้ชายแค่นอนมองดูส่วนเว้าส่วนโค้งที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะรัก ก็ช่วยบิวด์อารมณ์ให้ฮอตสุดๆ พร้อมจะขึ้นสวรรค์ไปกับเธอในบัดดล
       แต่ท่าเมกเลิฟที่เวิร์ก สุดสำหรับบุรุษเจ้าโลกไซส์ XL ต้องเป็นท่านอนตะแคงข้างเข้าหากัน ที่แม้จะทำให้หนุ่มๆ ขับเคลื่อนเจ้าโลกได้ไม่ถนัดนัก แต่การกอดจูบลูบคลำเรือนร่างไปด้วย ก็ช่วยให้ถึงสวรรค์ได้ไม่ยาก



4.กระดึ๊บๆ เข้าไป
       กฎเหล็กข้อหนึ่งที่หนุ่มนักรักควรรู้ คือ ไม่ควรเซอร์ไพรส์สาวคู่นอนด้วยการดันมังกรเข้าถ้ำทันทีที่เปิดฉากรัก เพราะมังกรขนาดใหญ่ยักษ์จะทำให้เธอต้องผงะด้วยความเจ็บปวด
       ทางที่ดี ควรท่องคาถา “เข้าช้าๆ แต่อัดแน่นๆ” แล้วค่อยๆ กระดึ๊บๆ เข้าไปอย่างช้าๆ ให้สาวคนรักค่อยๆ รู้สึกถึงความอวบอัดของมังกรยักษ์ที่เพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เธอเสียวซ่านไปทั่วตัวและหัวใจ









ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th
 ภาพ : อินเตอร์เน็ต

สาวเวอร์จิ้น ดีตรงไหน...


 ไล่สายตาสแกนหาข้อมูลเด็ดๆ ทั้งในเน็ตและในหนังสือ เพื่อที่จะนำมาเสิร์ฟให้หนุ่มๆ Taste ได้รู้กัน เราก็ไปเจอเข้ากับบทความชิ้นหนึ่งบนหน้ากระดาษของนิตยสาร HOT ซึ่งตั้งคำถามอย่างน่าสนใจว่า ผู้ชายเดี๋ยวนี้ต้องการผู้หญิงแบบไหน ระหว่างผู้หญิงที่ยังเวอร์จิ้นในเรื่องเพศ กับหญิงที่มากประสบการณ์ นอกจากนั้น ยังวิเคราะห์ต่อไปอีกถึงข้อดี-ข้อเสีย ของสาวทั้งสองแบบ
       เราเลยย่อบทความชิ้นนั้น มากำนัลแด่หนุ่มๆ เก็บไว้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลไว้ใคร่ครวญ...

 สาวบริสุทธิ์
       ข้อดี : ผู้ชายบางคนรู้สึกภาคภูมิใจมากในการเป็นชายคนแรกของผู้หญิง พวกเขาจะมีความสุขมากในบทบาทครูและนักเรียน ด้วยคาดหวังว่า ผู้หญิงของเขาจะถูกฝึกให้เข้ากับความต้องการของพวกเขา อีกอย่าง การเป็นชายคนแรกทำให้ผู้ชายลดอาการกดดันในการที่จะต้องเก่งในเรื่องบนเตียงลงได้มาก เนื่องจากแฟนสาวแสนบริสุทธิ์ของพวกเขา ไม่อาจจะไปเปรียบเทียบเรื่องนี้กับใครได้ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตเลยล่ะ
       ข้อเสีย : ถ้าผู้ชายได้แฟนเป็นสาวบริสุทธิ์ล่ะก็ มันคงยากที่จะได้ในสิ่งที่สาวยังไม่พร้อมให้ และโอกาสที่สาวจะปฏิเสธการมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งก็มีความเป็นไปได้สูงถึงสูงมาก คงเป็นช่วงเวลาแห่งความทรมานของคุณผู้ชายทั้งหลายแน่ๆ
       และถึงแม้คุณจะเป็นคนแรกของเธอ โอกาสที่เธอจะไม่ได้เรื่องบนเตียงก็มีมาก เพราะเธอไม่เคยมีประสบการณ์ฒาก่อน และลืมได้เลย เรื่องทีเด็ดบนเตียงทั้งหลาย มันคงยากที่จะให้สาวมือใหม่ทำออรัลให้คุณหรอกนะ
       
       สาวผู้มีประสบการณ์
       ข้อดี : การมีแฟนที่ไม่บริสุทธิ์นั้น ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นพ่อพระหรือสุภาพบุรุษ เพราะผู้หญิงบางคนก็ต้องการหาชายหนุ่มมาเติมเต็มอารมณ์ของพวกเธอ ถ้าคุณทั้งคู่ต่างก็มีประสบการณ์สูง อรรถรสเรื่องเพศของคุณทั้งสอง คงเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก
       ข้อเสีย : ชายหนุ่มที่มีประสบการณ์ทางเพศน้อยกว่าแฟนสาว ก็คงจะประสาทเสีย ถ้าแฟนคุณเป็นพวกช่ำชอง นอกจากนั้นคุณอาจถูกรบกวนจากชีวิตรักในอดีตของเธอ
       


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
 ภาพ : อินเตอร์เน็ต
www.manager.co.th : 14 มิถุนายน 2555 16:06 น.





วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หมดปัญหา เท้าเหม็นอับสุดยี้ในช่วงหน้าฝน




หน้าฝนทั้งที นอกจากจะต้องเตรียมพร้อมทั้งเมกอัพกันน้ำ และพกร่มให้อุ่นใจแล้ว เรื่อง “เท้า” ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะละเลยไม่ได้ เพราะเป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ในหน้าฝน เรามักจะต้องเดินย่ำฝน หรือเจอน้ำขังกันได้บ่อยๆ และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ กลิ่นเหม็นอับ จากเท้าหรือรองเท้าที่สวมใส่ จนต้องโดน “ยี้” จากคนรอบข้าง เรามีเคล็ดลับการดูแลรักษาเท้าให้ปลอดกลิ่นกันค่ะ
       
       - หลังจากฝ่าฝน หรือลุยน้ำมา ควรทำความสะอาดเท้า โดยใช้สบู่ขจัดแบคทีเรีย ขัดถูให้สะอาด และเช็ดให้แห้งสนิททั้งเท้าและบริเวณซอกนิ้วเท้า ควรทำเป็นประจำทุกวัน
       
       - ใช้แป้งทาตัว โรยให้ทั่วเท้าและซอกนิ้วเท้า
       
       - ควรตัดเล็บเท้าให้สั้น และทำความสะอาดซอกเล็บอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เชื้อแบคทีเรียหมักหมม
       
       - ถ้าสวมถุงเท้า ควรเลือกเป็นถุงเท้าผ้าฝ้าย และเปลี่ยนถุงเท้าคู่ใหม่ทุกวัน
       
       - ไม่สวมรองเท้าที่คับจนเกินไป และเลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
       
       - ไม่ควรสวมรองเท้าคู่เดิมติดกัน 2 วัน ควรสับเปลี่ยนเอารองเท้าคู่อื่นมาสวม เพื่อไม่ให้รองเท้าคู่เดิมอับชื้น
       
       - ทำความสะอาดรองเท้าเป็นประจำ ด้วยการ ซัก เช็ด หรือนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
       
       - ถ้าทำได้ ควรปล่อยให้เท้าได้พัก เปลือยเปล่า ไม่สวมถุงเท้าหรือรองเท้า เพื่อเป็นการระบายกลิ่นและความชื้น
       
       - ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นเท้า ฉีดบริเวณฝ่าเท้าก่อนสวมรองเท้าทุกครั้ง
       
       - หมั่นตรวจเช็คเท้าอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น มีแผล รอยบวม คัน หรือมีกลิ่นเท้ารุนแรง ควรปรึกษาแพทย์
       
       Tips ดับกลิ่นเท้าด้วยวิธีธรรมชาติ ลองใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเหล่านี้กับเท้าของคุณเป็นประจำ สม่ำเสมอ จะช่วยลดกลิ่นเหม็นอับของเท้าได้
       
       >> น้ำมะนาวผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากัน ชุบสำลีแล้วเช็ดให้ทั่วทั้งฝ่าเท้า นิ้วเท้า ง่ามนิ้วเท้า จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
       
       >> น้ำร้อนผสมกับเกลือสมุทร คนให้เข้ากัน แล้วบีบน้ำมะนาวผสมลงไป เติมน้ำเย็นให้น้ำอุ่นพอดี แช่เท้าประมาณ10 นาที ระหว่างนั้นก็ขัดเท้าและนวดเท้าไปด้วย
       
       >> นำถุงน้ำชาที่ชงแล้ว 4-5 ถุงมาแช่ใส่อ่างผสมน้ำอุ่นและนำเท้าแช่ลงไปประมาณ 15 นาที
       
       >> ผสมน้ำมันยูคาลิปตัสและเกลือทะเลในน้ำอุ่น แช่นานประมาณ 10 นาที :: Report by FLASH

       >> อัปเดตข่าวในแวดวงสังคม กอสซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net หรือ App Store ได้แล้วที่ celeb online ipad edition


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th  : 14 มิถุนายน 2555 08:13 น.




พ่อแม่แบบไหนทำลูกมึน เปลี้ย เอียน หน่าย

เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป ผู้ทำงานด้านพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนที่ด้อยโอกาส
พฤติกรรมหลายๆ อย่างของพ่อแม่ในยุคนี้ส่งผลให้ลูกเข้มแข็ม ในขณะที่พฤติกรรมหลายๆ อย่าง อาจส่งผลให้ลูกอ่อนแอ พร้อมกับรู้สึกเหนื่อยใจ และต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกตามมาได้ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จาก เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และนักวิจัยด้านศึกษา และพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับรูปแบบความเป็นพ่อแม่ที่ทำให้ลูกมึน เปลี้ย เอียน และหน่ายมาฝากกัน เริ่มจาก

       
       พ่อแม่ในตำรา
       
       พ่อแม่ในกลุ่มนี้มักจะมีหลักการทางวิชาการมาสนับสนุน การเลี้ยงลูกจึงถูกวางแผนตามข้อเสนอแนะของแพทย์ นักพัฒนาการ และนักโภชนาการ หรือนักพัฒนาการของลูกในแต่ละขวบปี รวมไปถึงต้องมีการกระตุ้นด้วยของเล่นตามหลักการ เล่นอย่างเหมาะสมกับวัย เรียกได้ว่าทุกอย่างต้องพึ่งพานักวิชาการไปทุกเรื่องในทุกขั้นตอน เพราะไม่เช่นนั้นจะรู้สึกไม่มั่นใจ ซึ่งการเลี้ยงลูกในลักษณะนี้ อาจทำให้ลูกเกิดอาการมึนได้ ทางที่ดี ควรลดความเป็นวิชาการลงบ้าง เนื่องจากบางเรื่องบางปัญหาไม่ต้องเป๊ะเหมือนในหนังสือทุกอย่างก็ได้
       
       มีความวิตกกังวลสูง
       
       ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่ชอบวิตกกังวลไปทุกเรื่อง ชอบตีตนไปก่อนไข้ กลัวว่า ลูกจะไม่สมบูรณ์ กลัวว่า ลูกจะไม่เหมือนลูกคนอื่น โตขึ้นจะไม่เก่ง ไม่ฉลาดปราดเปรื่อง ในขณะเดียวกัน จะทะนุถนอมลูกมาก ช่วยเหลือลูกตลอด ไม่พาลูกออกไปเล่น เพราะกลัวจะถูกรังแก หรือไม่ปล่อยให้ลูกมีอิสระในการเล่น เวลามีปัญหาอะไรจะเข้าไปประคบประหงมลูกทุกเรื่องจนลูกไม่รู้จักความยากลำบาก พ่อแม่ในกลุ่มนี้อาจทำให้ลูกง่อยเปลี้ยได้ ทางที่ดี ควรลดความกลัว และความวิตกกังวลลงมาบ้าง ไม่เช่นนั้น อาจทำให้คุณและลูกเครียดไปตามๆ กันได้
       
       ไร้เหตุผล ตามใจลูกทุกอย่าง
       
       พ่อแม่ในกลุ่มนี้ เวลาลูกอยากได้อะไรเป็นต้องได้ ไม่กล้าดุไม่กล้าสอนลูก ทำทุกสิ่งที่ลูกต้องการ ปรนเปรอลูกจนล้น ทั้งของเล่น ขนม และอื่นๆ จนบางครั้งลูกแสดงอาการเอียน หรือเฉยๆ กับสิ่งที่พ่อแม่ให้ หรืออาจกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจได้ ทางที่ดี ควรมีเหตุผล ไม่ใช่ตามใจกันทุกเรื่อง
       
       ระเบียบจัด ชอบคาดหวัง
       
       พ่อแม่ในกลุ่มนี้ มักจะคิดเสมอว่า การเลี้ยงลูกให้ดีได้ต้องเลี้ยงให้อยู่ในบรรทัดฐานของตัวเอง ลูกจะได้เป็นไปตามที่คาดหวัง จึงเป็นผู้กำหนดตารางชีวิตให้ลูกทุกสิ่งทุกอย่างตามที่พ่อแม่เห็นว่าดี ลูกเป็นเพียงผู้รับคำสั่งแล้วทำตาม เช่น ต้องทำอย่างนั้น ต้องเล่นแบบนี้ เนื่องจากเชื่อว่า สิ่งที่พ่อแม่จัดให้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดการใช้ชีวิตมากมายทั้งเรื่องการกิน การนอน หรือการเรียน เรียกได้ว่าทุกอย่างต้องเป๊ะ เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจทำให้ลูกมีอาการ “หน่าย” จนเกิดเป็นความกดดัน และความเครียดตามมาได้ ทางที่ดี ควรลดความระเบียบจัด และความคาดหวังลงบ้าง เรื่องไหนที่พอจะยืดหยุ่นได้ก็ควรพูดคุย หรือตกลงกันด้วยท่าที และคำพูดที่ไม่ทำร้ายความรู้สึกของลูก



*** แบบไหนคือ “พ่อแม่” ที่ลูกปรารถนา?
       
       สำหรับพ่อแม่ที่ลูกๆ ปรารถนา เรื่องนี้ เรืองศักดิ์ ให้ความเห็นผ่านทีมงาน Life & Family ว่า ควรเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบสบาย ๆ ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างพอดีๆ เข้มงวดบ้าง ผ่อนปรนบ้าง เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ ได้คิด ได้ทำอะไรๆ ด้วยตัวเอง เมื่อเห็นลูกทำดี ทำอะไรสำเร็จตามวัยของลูก ก็แสดงความชื่นชม รู้ว่าจังหวะไหนควรสอน เช่น เวลาใดที่ลูกควรเรียนรู้อะไรใหม่ๆ
       
       นอกจากนั้น เมื่อลูกผิดหวังหรือพบความเจ็บปวด ควรให้กำลังใจอย่างสุภาพอ่อนโยน ปลอบใจไม่ทับถม ที่สำคัญ เมื่อลูกทำผิด คิดพลาดก็ควรให้อภัย และไม่ควรขุดเอาเรื่อง หรือเหตุการณ์เก่าๆ ขึ้นพูดมาซ้ำย้ำรอยอีก เพราะถ้าพ่อแม่ไม่ให้อภัย ลูกก็จะไม่สามารถลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่ได้เลย
       
       “อยากบอกพ่อๆ แม่ๆ ทุกคน ว่า คำพูดและการกระทำของพ่อแม่นี่แหละ ที่ทำให้ลูกสัมผัสและรับรู้ถึงความรักได้มากที่สุดดีกว่าการพร่ำพูดว่ารักผ่านข้อความทางโทรศัพท์ หรือระบบดิจิตอลใดๆ ดังนั้น การให้เวลาที่ดี มีคุณภาพกับลูกเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องให้ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินแก้ เรื่องอย่างนี้ใครก็ทำแทนใครไม่ได้หรอก อยากได้ต้องลงมือ ลงใจทำเอง สำหรับลูกแล้ว พ่อแม่ต้องทำดี อย่าเดี๋ยว" ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาเด็ก และครอบครัวท่านนี้ฝากทิ้งท้าย
       
       /////////////
       
       อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจากหนังสือสร้างลูกรักให้เป็นนักอ่าน ร้อยเรียงโดย เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป สำนักพิมพ์ แปลนฟอร์ คิดส์ จำกัด


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th : 12 มิถุนายน 2555 12:11 น.

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อายุเปลี่ยน วัยเปลี่ยน อารมณ์ทางเพศเปลี่ยน... จริงหรือ

ที่มาของภาพ :    www.0991x.com
ในขณะที่ผู้หญิงอายุ 50 ปี หมดโอกาสมีลูกโดยธรรมชาติ แต่ผู้ชายที่สุขภาพแข็งแรง กลับยังคงดำรงความสามารถในการเจริญพันธุ์ได้เป็นอย่างดี จนอาจเรียกได้ว่า ไม่มีขีดจำกัดในด้านอายุ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบางอย่างที่ลดความสามารถในการเจริญพันธุ์ของผู้ชาย ได้แก่
1. อายุที่สัมพันธ์กับการลดลงของกิจกรรมทางเพศ
2. การลดของกระบวนการสร้างอสุจิ
3. อายุและภาวะเจริญพันธุ์ของภรรยา
ผู้ชายอายุ 50 ปี ยังมีความต้องการทางเพศสูง การมีเพศสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ ย่อมจะช่วยรักษาความมั่นคงของครอบครัวไว้ จากการศึกษาของเวอร์เวิร์ด (Verwoerdt et al) พบว่ามีเพียง 15% ของชายอายุเกิน 60 ปีเท่านั้น ที่ปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์
อายุกับความต้องการทางเพศและฮอร์โมน
   ในผู้ชายนั้นความต้องการทางเพศจะต้องอาศัยฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) แม้ภายหลังอัณฑะหยุดทำงานไปแล้ว หลักฐานที่สนับสนุนได้จากการศึกษาทดลองให้ฮอร์โมนเพศทดแทน ในผู้ชายที่มีความรู้สึกทางเพศเสื่อมจากระบบคำสั่งจากสมอง (Hypogonadal men) ทำงานบกพร่อง โดยฮอร์โมนจะไปกระตุ้นให้ความรู้สึกทางเพศและการแข็งตัวของอวัยวะเพศดีขึ้นอย่างมาก
   การลดลงของฮอร์โมนเพศชายเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่อายุ 50-55 ปี ประมาณ 0.8% ต่อปี และเมื่ออายุ 70 ปี ระดับฮอร์โมนเพศ (free testosterone) จะเหลือเพียง 40% ของตอนอายุ 25 ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากที่สมอง (Hypothalamic pituitary origin) หรือ (Decline in number of Leydig cell) ทำงานลดลง
   ลักษณะอาการแสดงของผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเพศต่ำ คือ มีการลดลงของเส้นผม ขนตามตัว ขนาดกำลังและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ รวมทั้งความต้องการทางเพศก็ลดลง แต่ปริมาณไขมัน บริเวณหน้าท้องและภาวะกระดูกเปราะบางกลับมีมากขึ้น
   มีการศึกษาในผู้ชายที่สุขภาพแข็งแรงจำนวน 77 คน อายุระหว่าง 45-75 ปี พบว่า ผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเพศสูงจะมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอกว่าผู้ที่มีฮอร์โมนเพศต่ำกว่า ซึ่งเหมือนกับการทดลองให้ยาฮอร์โมนเพศ (Testosterone 200 mg) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ กับผู้ชายจำนวนหนึ่งที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวอายุ 40-67 ปี แล้วยังผลให้มีความต้องการทางเพศ และเพศสัมพันธ์มากขึ้น


ในผู้หญิงนั้น ฮอร์โมนเพศชายก็มีความสำคัญต่อความต้องการทางเพศด้วยเช่นเดียวกัน โดยพบว่า ผู้หญิงที่ถูกตัดรังไข่ออกทั้งหมดซึ่งแทบจะไม่มีฮอร์โมนเพศชายเหลืออยู่เลย จะมีผลให้ความต้องการทางเพศลดลงอย่างมาก
อายุกับความถี่บ่อยของการมีเพศสัมพันธ์  ความถี่บ่อยของการร่วมเพศจะลดลงไปตามอายุ จากช่วงมากที่สุด ระหว่างอายุ 20-25 ปี มีความถี่เฉลี่ย 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดลงเป็น 1 ครั้งต่อสัปดาห์ที่อายุ 55-60 ปี และลดลงเหลือ 3 ครั้งใน 1 เดือนที่อายุ 70 ปี หลังจากอายุ 75 ปีขึ้นไปจะมีเพศสัมพันธ์เพียง 1.7 ครั้ง ต่อ 1 เดือนเท่านั้น
   นอกจากนี้ การอ่อนตัวของอวัยวะเพศชายระหว่างร่วมเพศ (Impotence) จะพบมากขึ้น ตามอายุเช่นเดียวกัน โดยก่อนอายุ 30 ปี แทบไม่มีการเกิดภาวะอ่อนตัวของอวัยวะเพศเลย แต่พออายุ 55 ปี จะเกิดภาวะนี้จาก 8% เพิ่มเป็น 20% ที่อายุ 65 ปี, 40% ที่อายุ 70 ปี หลังจากนี้จะเกิดมากกว่า 50% ซึ่งฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง และส่วนใหญ่ระดับฮอร์โมนเพศจะลดลงมากกว่า 50%
   การสร้างตัวอสุจิและความสามารถในการปฏิสนธิ (Spermatogenesis & Sperm Fertilizing Capacity)
อิทธิพลของอายุต่อคุณภาพของอสุจิ พบว่า น้ำอสุจิที่หลั่งออกมา มีปริมาณลดลงตั้งแต่อายุ 35 ปี แม้ว่า กระบวนการสร้างจะลดลง แต่คุณภาพและความสามารถในการปฏิสนธิยังดีอยู่ ดังนั้น ไม่ว่าอายุผู้ชายจะเพิ่มมากขึ้นเท่าใดก็ตาม ภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดลงจึงน่าจะเป็นผลมาจากสาเหตุอื่น เช่น ความต้องการทางเพศที่ลดลงและการมีเพศสัมพันธ์ที่น้อยเกินไป
อายุกับภาวะเจริญพันธุ์ของคู่สมรส
   ปัจจุบันพบว่า มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นของเด็กที่เกิดจากการแต่งงานของสามีที่อายุมากกว่า 60 ปี กับสตรีอายุน้อยๆ นี่จึงเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่า อายุของฝ่ายชายไม่ใช่สาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก แต่จากงานวิจัยที่ผ่านมาจำนวนมาก มีข้อมูลตรงกันว่า ภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงจะลดลง ตามอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
หลักฐานอย่างหนึ่ง ก็คือ อัตราการตั้งครรภ์สะสมจากการฉีดเชื้อของชายอื่น (Donor Semen) จะลดลงในผู้หญิงอายุตั้งแต่ 31-35 ปีเป็นต้นไป นอกจากนั้น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรืออิ๊กซี่ (ICSI) ในหญิงที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป จะมีอัตราการตั้งครรภ์ลดลงอย่างมากเช่นเดียวกัน
   อายุของผู้หญิงที่มากขึ้น โดยเฉพาะอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป จะมีผลทำให้รังไข่ดื้อต่อยากระตุ้นนอกจากนั้น เวลาเจาะเก็บไข่ก็จะได้จำนวนไข่สุกสมบูรณ์ที่น้อยมาก รวมทั้งอัตราการแท้งสูงถึง 50% อีกด้วย
สำหรับปัจจัยทางด้านมดลูก Flamigni และคณะ รายงานว่า ตัวอ่อนที่เกิดจากไข่ของผู้หญิง อายุเกิน 40 ปี มีอัตราการฝังตัวเพียง 10% ในขณะที่ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 35 ปีมีอัตราการฝังตัวสูงขึ้น 23% ซึ่งตรงกับงานของ Meldrum ที่ศึกษา พบว่า อัตราการตั้งครรภ์ของผู้หญิงที่อุ้มบุญซึ่งอายุน้อยกว่า 40 ปี เปรียบเทียบกับที่อายุมากกว่า 40 ปี จะเท่ากับ 43% และ 8% ตามลำดับ
   โดยสรุปแล้ว อายุของผู้ชายไม่ได้มีผลโดยตรงต่อคุณภาพและความสามารถในการปฏิสนธิของอสุจิ แม้ว่าปริมาณจะลดลงไปบ้างตามอายุ แต่อายุของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นย่อมมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของไข่ หากมองจากทั้งสองฝ่าย ก่อนอายุ 35 ปี การเปลี่ยนแปลงของภาวะเจริญพันธุ์ของคู่สมรส จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมทางด้านเพศสัมพันธ์ (Coital Behavior) เป็นหลัก แต่หลังจากอายุ 35 ปี ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีระวิทยา (Physiology)
"อายุ" ไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลข มันมีความหมายมากกว่านั้นมาก "อายุ" ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย เรียนรู้ความเป็นผู้ใหญ่ ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และความรักที่ปราศจากเงื่อนไข จากการเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหันกลับมามองคนที่อยู่เคียงข้าง และบอกกับเธอว่า "โลกนี้น่าอยู่…เพราะมีชีวิตคู่"
ถ้าพูดกันตรงๆ เปิดใจกันแฟร์ๆ สำหรับหนุ่มๆ เราแล้ว เรื่องเซ็กส์นี่เรื่องสำคัญเลยนะ แต่เราจะไม่ค่อยกล้าพูดกัน เพราะพอเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ที่ไร คนก็มักมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย พูดไม่ได้ เข้าข่ายโรคจิต ทั้งที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แถมการมีเซ็กส์สามารถสร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่างเลยเชียว
1. ช่วยให้ไม่เครียด การมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยทำให้เราไม่เครียด หรือหากถ้าเราเครียดอยู่แล้วก็จะหายไป เพราะหลังเสร็จสิ้นการลงสมรภูมิรัก ร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีนออกมาทำให้เรารู้สึกดี สบายคลายเครียด โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว เราเกิดมาเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ สัญชาติญาณและจิตใต้สำนึกก็จะบอกตัวเองอยู่เช่นนั้น เมื่อเราสามารถมีเพศสัมพันธ์ และทำการได้สำเร็จ สมองก็จะมีความสุข เพราะเหมือนได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญได้ลุล่วง
2. เพิ่มภูมิต้านทาน ถ้ามีเพศสัมพันธ์อย่างต่ำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ปริมาณของ lgA (ภูมิต้านทานชนิดหนึ่งพบมากในน้ำลาย) จะเพิ่มสูงขึ้น จึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าเก่า ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นไข้หวัดง่าย
3. ช่วยเบิร์นแคลอรี่ เคยมีงานวิจัยระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี คือ การมีเพศสัมพันธ์ 30 นาที สามารถช่วยเบิร์นได้ถึง 85 แคลอรี แล้วยิ่งถ้าเปลี่ยนท่าเยอะ ยิ่งเบิร์นได้ถึง 125 แคลอรีเลย ช่วยเบิร์นได้มากกว่าการปั่นจักรยานในฟิตเนสซะอีกนะเนี้ย


4. ดีต่อสุขภาพหัวใจ การมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดตีบลดน้อยลง เพราะในขณะปฏิบัติการ หัวใจจะเต้นเร็วเหมือนตอนที่เราออกกำลังกายเลย แล้วก็เครียดน้อยลง เลือดก็จะไหลเวียนดีขึ้น เคยมีงานวิจัยบอกว่าคนสูงอายุที่ยังคงมีเพศสัมพันธ์อยู่ การเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่หยุดการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วด้วย
5. สุขภาพจิตดี เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีเสน่ห์ ไม่ได้เป็นคนขี้แพ้ ขี้โรค เป็นที่ต้องการของคนอื่น เลยจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น อารมณ์แจ่มใส ไม่หงุดหงิดง่าย สบายใจ เรียกว่าการมีเพศสัมพันธ์นี่ ทำให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเราดีขึ้นโดยรวมเลย
6. ช่วยลดการเจ็บปวด ถ้าเราเกิดความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะทางใจหรือทางกาย การมีเพศสัมพันธ์เป็นยาขนานเอก ที่ช่วยแก้ปวดได้ดีเลยละ ยกตัวอย่างถ้าเราปวดฟันอยู่ แล้วไปมีเพศสัมพันธ์ ความปวดนั้นจะลดน้อยลง เพราะร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาให้เรารู้สึกดี สบายมากขึ้น แล้วความรู้สึกนั้นก็จะกลบความเจ็บปวด ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงนั่นเอง
7. ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้โอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เพราะถ้าร่างกายไม่ได้หลังสเปิร์มออกมา มันจะดูดซึมกลับเข้าไปแล้วค่อยผลิตออกมาใหม่ จึงส่งผลอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์และเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วการไม่ได้ปลดปล่อยจะทำให้เราเครียด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้คนเราเป็นมะเร็งเหมือนกัน
8. เกิดการกายบริหาร ในชีวิตประจำวัน เราจะไม่ค่อยได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนเอวสักเท่าไหร่ การมีเพศสัมพันธ์นี่แหละ คือการกายบริหารช่วงเอวที่ดีที่สุด แถมส่งผลดีไปถึงระยะยาว เพราะเมื่ออายุมากขึ้นแล้วหกล้ม ก็จะไม่สะโพกหักได้ง่าย
9. นอนสบาย หลับสนิท หลักๆ เลย ก็เพราะหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่ง ที่จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยคลายความเครียด ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กล้ามเนื้อที่ตึงตัวอยู่ก็จะคลายตัว แล้วพอร่างกายทั้งภายนอกและภายในพร้อม คุณเลยหลับได้สนิท ฝันหวานไปเลย
เห็นไหมว่า การมีเพศสัมพันธ์มีประโยชน์มากมายเลย ฉะนั้น อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ฟิตปั๋ง ด้วยการทานอาหารที่ดีๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงสิ่งที่จะมาบั่นทอนสุขภาพซะ แล้วจะสุขภาพแข็งแรง มีเซ็กส์ที่มีคุณภาพและทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีกไงล่ะ

ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.narak.com
www.cityvariety.com
women.mthai.com
ภาพจาก Internet

6 ขั้นสู่สวรรค์ออรัลเซ็กส์

ที่มาของภาพ : www.dailymail.co.uk
ผลการวิจัยรายงานว่า มนุษย์ทุกคนล้วนถวิลหาออรัลเซ็กส์อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ  หนำซ้ำผู้หญิงบางคนชั่วชีวิตนี้จะไม่มีวันถึงจุดสุดยอดเขื่อนพังทลายหากฝ่ายชายไม่ใช้ปากช่วยให้บรรลุ เรียกว่าเป็นที่ชื่นชอบป๊อปปูล่าโหวตทั่วโลก จัดเป็นบันเทิงสากลที่ไม่มีใครปฏิเสธ ดังนั้นหากเรามีพรสวรรค์ในการใช้ปากระดับเทพ รับรองว่าหวานใจหนีไปไหนไม่รอดแน่นอนค่ะ

 ทำไมผู้ชายต้องคลั่งไคล้ ออรัลเซ็กส์ (Lisa)


          เป็นที่กล่าวขานถึงกามสูตรที่ทำให้ผู้ชายคลั่งไคล้หลงใหลก็คือ "การใช้ริมฝีปากทำรัก" และผู้หญิงอีกมากมายก็ใฝ่ฝันที่จะให้คนรักทำเช่นนั้นกันตน


          กานดารู้สึกเป็นสุขเพราะวันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ที่ไม่ต้องไปทำงาน เธอกำลังนั่งดูทีวีกับสามีบนโซฟา ขณะที่นั่งด้วยกันสามีเธอก็กระซิบให้เธอทำรักให้เขาด้วยปาก เขากดศรีษะเธอให้ก้มต่ำลงไปที่หน้าตัก "ช่วยจุมพิตมันหน่อย" เขาพูดกับเธอ แต่เธอขัดเขินและแย้งว่า "ดิฉันไม่อยากทำ"


          อารมณ์รักอารมณ์ใคร่ของเธอปลิดปลิวไปหมดสิ้น เพราะออรัลเซ็กส์สำหรับเธอไม่เกี่ยวกับความรัก เธอยอมใช้ปากทำรักให้เขาหลายครั้งมาแล้วอย่างจำใจ แต่ไม่ใช่อย่างฉับพลันเช่นนี้ เพราะก่อนหน้านั้นเธอยอมทำให้เพราะเขาจะคิดว่าเธอรังเกียจเขา แต่สำหรับคืนนี้เธอจะต้องพูดคุณกับเขาให้เข้าใจ


          กานดาลุกนั่งแล้วขยับห่างจากสามีออกมานิดหนึ่ง ยื่นมือไปแตะแขนเขาอย่างนุ่มนวลรักใคร่ และพูดกับเขาว่า "ดลคะ ดิฉันไม่อยากทำจริงๆ เพราะเวลาที่ดิฉันก้มลง ทำให้คอเคล็ด" เขามองเธออย่างประหลาดใจ "ผมไม่รู้จริงๆ ผมคิดว่าคุณเองก็ชอบและสนุกด้วยเวลาที่คุณใช้ปากสัมผัส" เสียงพูดของเขาแสดงถึงความผิดหวัง
ที่มาของภาพ : www.malemultiorgasm.com
ทำให้คนรักของคุณมีความสุข
          จากการสอบถามผู้ชายถึงการทำรักด้วยปากผลปรากฎว่า ผู้ชายมากกว่า 80% ชอบออรัลเซ็กส์ เพราะมันทำให้พวกเขามีความสุขและปลดปล่อยอารมณ์ใคร่ได้ดีที่สุด เหตุผลอีกอย่างก็คือ พวกเขารู้สึกได้รับจากสาวคนรักจริงๆ
แต่ในทางตรงกันข้าม มีผู้หญิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่สนุกกับการใช้ปากปลดปล่อยความใคร่ให้ผู้ชาย และบางคนอย่างเช่นกานดาเกิดความรู้สึกอับอาย
          นักจิตวิทยารู้ว่ามันต้องมีสิ่งเกื้อหนุนที่จะทำให้การทำออรัลเซ็กส์เป็นไปอย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย คือเมื่อคู่สามีภรรยาเห็นพ้องกันที่จะใช้ปากรักให้กันและกัน ก็จะทำให้เกิดความรู้สึดเท่าเทียมกัน ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกเสียเปรียบและอับอาย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสำเร็จความใคร่ให้เขาด้วยปาก เขาก็ต้องปลุกเร้าอารมณ์ของคุณให้เร้าร้อนด้วยวิธีเดียวกัน
 มันไม่ใช่สิ่งน่าอับอาย
          ในที่สุดการดาก็ยอมตามใจสามีอีกครั้ง หลังจากดลคะยั้นคะยอเธอ เมื่อเสร็จกิจเขาดึงเธอเข้าไปกอดและบอกว่าเขามีความสุขมาก เขาจึงอยากให้เธอลองสัมผัสออรัลเซ็กส์ดูบ้าง กานดารู้สึกขัดเขินแต่ก็ยอมตามใจสามี จากประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกันนี้ทำให้เธอเข้าใจอารมณ์รักของสามี ว่าออรัลเซ็กส์นั้นนำมาซึ่งความตื่นเต้นอย่างไร และทำไมสามีจึงชอบนักหนา เธอจึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไร หากเป็นการทำรักด้วยปากระหว่างสามีและภรรยา
          เมื่อมีความสุขเข้าใจในเรื่องเซ็กส์ซึ่งกันและกัน ย่อมนำมาซึ่งความสุขในครอบครัว
ที่มาของภาพ :  chacha0021.skyrock.com
ข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับคู่สามีภรรยา
          มีผู้หญิงจำนวนมากที่ถงจุดสุดยอดได้ดีที่สุดด้วยการทำรักด้วยปากและลิ้น และนานครั้งจึงจะได้ยินว่าพวกเธอเรียกร้องออกมา น่าสนใจในแง่ที่ว่าอะไรที่ทำให้ผู้ชายหลงใหลออรัลเซ็กส์
          ผู้ชายชอบมองผู้หญิงทำรักให้ตัวเอง และจะชอบมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นศรีษะของผู้หญิงก้มต่ำอยู่ที่หน้าขาของเขา มันสามารถทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขากำลังเป็นพระเอกในภาพยนตร์หนังเอ็กส์
          การใช้ปากทำรักให้ความรู้สึกที่เร้าใจ เพราะการใช้ปากสามารถให้ความรู้สึกได้หลากหลายกว่า
          นานๆ ครั้งผู้ชายผู้ชายจึงจะได้รับการปรนเปรอเซ็กส์ด้วยปาก ดังนั้น การใช้ปากทำรักจึงดูมีเสน่ห์เย้ายวนให้พวกเขาใฝ่ฝันถึง
วู้ย แค่นึกภาพลิ้นของใครสักคนขยุกขยิกอยู่แถวอวัยวะเบื้องล่างของเรา ก็รู้สึกสยิวกิ้วและเร้าอารมณ์กว่าการสอดใส่หลายเท่านัก การได้นอนหงายปล่อยตัวตามสบาย รับรสสุขสมจากปลายลิ้นพลิ้วของอีกฝ่าย สัมผัสความอ่อนนุ่ม เปียกชื้น อบอุ่นและว่องไวรวดเร็วกว่าการใช้มือเย็นชืดหรือเจ้าหนูแข็งเด่ ช่วยปลุกเร้าความรู้สึกให้ตื่นตัวได้อย่างยอดเยี่ยม
ออรัลเซ็กส์เป็นจินตนาการเซ็กส์อันดับหนึ่งในใจของผู้ชาย แต่เป็นรูปแบบเซ็กส์ที่ผู้หญิงอยากปฏิบัติน้อยที่สุด ต่อไปนี้คือเคล็ดลับออรัลเซ็กส์ให้ผู้ชายร้องหงิงๆครางไม่หยุดเลยละ
ที่มาของภาพ :  www.yeastinfectionpage.com
เคล็ดลับให้เขาสะท้านทั่วร่าง
ทำใจให้ชอบเสียก่อน
ผู้หญิงที่สนุกกับเซ็กส์มักเก่งออรัลเซ็กส์ด้วย ถือเป็นแพ็กเก็จมาคู่กัน เรียกว่าหากมีใจฝักใฝ่ทางนี้อยู่แล้วย่อมมีภาษีกว่าเพื่อน สิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่กลัวเวลาทำออรัลเซ็กส์คือ กลิ่น สิ่งที่กลืนลงคอ และอาการเมื่อยปากเพราะต้องอ้านาน ซึ่งปัญหาจิ๊บจ้อยพวกนี้แก้ไขได้ง่ายมาก ก่อนลงมือปฏิบัติกิจให้พาเขาไปอาบน้ำ ลงมือขัดสีฉวีวรรณเองเลยค่ะ เพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดจริง และไหนๆก็อาบให้แล้ว ลองใช้สบู่เป็นตัวหล่อลื่นในการทำมาสเตอร์เบทให้เขา แบบนี้ผู้ชายชอบนักเชียว อย่าลืมทำเสียงงึมงัมเช่น อืมม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราชื่นชอบเจ้าหนูของเขาขนาดไหน
เน้นการโหมโรงให้มาก
ผู้ชายก็ชอบบทโหมโรงเหมือนกันค่ะ  อย่าเพิ่งให้ริมฝีปากเฉียดใกล้อวัยวะส่วนล่างของเขาเป็นอันขาด ควรรอให้อารมณ์พลุ่งพล่านมากกว่านี้ บำรุงบำเรอเขาด้วยเทคนิคนวดเร้าอารมณ์ ตามด้วยการใช้เรือนร่างของเรายั่วยวนหยอกเย้าให้เขาเพ้อคลั่ง โดยเริ่มด้วยการทาน้ำมันทั่วเรือนร่างของเราและเขา ต่อด้วยการนอนทาบทับลงบนตัวเขา ยันน้ำหนักตัวเองไว้ด้วยมือสองข้าง อย่าทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปบนตัวเขา เมื่อแน่ใจว่าเนื้อตัวแนบชิดติดกันแล้ว ขั้นต่อไปคือสไลด์ตัวถูไถขึ้นลงสลับไปเรื่อย โดยเฉพาะตรงช่วงกระดูกเชิงกรานให้ถูไถหมุนวนกับเรือนร่างของเขาเพื่อให้เขารู้สึกว่า อารมณ์ของเรากำลังเร่าร้อนเพียงใด ถ้าเป็นสาวผมยาว ลองปล่อยผมสยายระเนื้อตัวของเขา ขบหัวนมแถมให้อีกเบาๆ แล้วยั่วยวนด้วยการเลื่อนตัวลงจนเจ้าหนูสัมผัสกับน้องจุ๋มจิ๋ม แต่อย่าปล่อยให้เขาสอดใส่เด็ดขาด
ที่มาของภาพ : www.imagementors.com
เปลี่ยนลีลาเร้าอารมณ์
อย่าใช้ท่าเดิมๆเหมือนกันทุกครั้ง ถึงแม้ผู้ชายชอบออรัลเซ็กส์เราก็ต้องสรรหาวิธีนำเสนอเพื่อหนีความซ้ำซาก ลองใช้ท่าอื่นบ้างสิคะ เช่น เขายืน เราคุกเข่าหรือนั่งพับเพียบข้างหน้า หรือให้เขายืนพิงฝา หรืออยู่ในท่า 69 ในรถ ในสวนสาธารณะ หรือในสถานที่แตกต่างกันไป ไม่สำคัญว่าเราสวมอะไรอยู่ แต่ผู้ชายส่วนใหญ่มักตื่นเต้นเมื่อเห็นเราเปลือยเปล่าขณะที่เขาสวมชุดเต็มยศ ในทางกลับกันลองให้เขาเปลือยล่อนจ้อนแล้วเราสวมเสื้อผ้าครบดูบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นสถานที่ประกอบกิจกามไม่ควรมืดจนเกินไป เพราะผู้ชายมักถูกกระตุ้นด้วยภาพที่มองเห็น นี่ละหนังสือโป๊ถึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เขาอยากเห็นสีหน้าของเราตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม จึงควรระวังอย่าให้ผมปรกหน้า อย่าหลับตา ส่งสายตาเย้ายวนปะทะกับเขาไว้ตลอดเวลา ถ้าเขินมากก็เบนสายตาไปมองเจ้าหนูแทนก็ได้ค่ะ
อย่าสนใจแต่เจ้าหนู
 นอกจากเจ้าหนูแข็งเด่ยังมีอวัยวะอีกหลายส่วนของผู้ชาย เช่น บริเวณทวารหนักและลูกอัณฑะ ซึ่งไวต่อสัมผัสมาก ผู้หญิงควรใส่ใจทั้งก่อนและระหว่างทำออรัลเซ็กส์ เริ่มโดยการจับเขานอนหงาย เราลงลิ้นเลียบริเวณที่อยู่ระหว่างทวารหนักกับลูกอัณฑะ กดน้ำหนักลิ้นเน้นเบาๆเป็นการนวดไปด้วยในตัว จากนั้นจับเขาชันเข่า เริ่มเลียจากบริเวณใกล้ทวารหนักขึ้นไปถึงถุงอัณฑะ ใช้มือกุมลูกอัณฑะไว้ เลียสลับใช้ปากงับเบาๆ แล้วกดน้ำหนักนวดตรงบริเวณโคนเจ้าหนูไปเรื่อยๆ


ใช้มือเป็นตัวช่วย
ควรใช้มือทั้งสองให้เป็นประโยชน์ระหว่างทำออรัลเซ็กส์ มือหนึ่งใช้กระตุ้นอารมณ์ตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น หัวนม ลูกอัณฑะ ทวารหนัก อีกมือใช้เป็นตัวนำทาง ช่วยให้เราควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจ เขาจะมาบังคับให้เราอ้าปากค้างเมื่อยแล้วเมื่อยอีกไม่ได้แล้วค่ะ เราแค่ใช้มือกำเจ้าหนูไว้ก็สามารถควบคุมได้ว่า จะปล่อยให้เจ้าหนูทั้งแท่งเข้าปากได้ลึกล้ำเพียงใด ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบจับด้านหลังศรีษะผู้หญิงเวลาทำออรัลเซ็กส์ บอกให้เอามือออกค่ะ ไม่งั้นเขาจะเผลอกดศรีษะเราตอนเวลาอารมณ์พุ่งถึงขีดกระฉูด เทคนิคแก้เมื่อยปากคือเบี่ยงเจ้าหนูไว้ด้านข้างแทนที่จะอ้ำไว้ตรงกลางปาก
www.baomoi.com


เบามือสักนิด
ผู้หญิงบางคนมือหนักเหลือเกิน สาวได้สาวเอา ถ้าอยากรู้ว่าเขาชอบแบบไหน ให้เขาสาธิตการมาสเตอร์เบทในแบบที่ชอบให้เราดูเป็นตัวอย่างสิคะ ที่สำคัญเราต้องเบามืออย่าหักโหมรุนแรงจนเขาพาลหมดอารมณ์เอาดื้อๆ ปล่อยให้เขาเห็นปลายลิ้นสีชมพูของเรากำลังวาดลีลาลวดลายพลิ้วไหวซุกซน ระวังอย่าให้โดนฟัน มิฉะนั้นสังเวียนรักอาจกลายเป็นสังเวียนเลือดได้ครับ...



ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.tlcthai.com
www.lisaguru.com