This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีปลุกอารมณ์ตัวเอง Dr.DEN Sexociety

ภาพประกอบจาก Internet


คอลัมน์ Sexociety โดย Dr.DEN
   ถ้าคุณเหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ คุณมีงานยุ่งละคุณทำงานหนัก พอถึงเวลาสิ้นสุดของวัน สมองของคุณก็ยังหมุนจี๋อยู่ ทำให้ยากที่จะมีอารมณ์พิศวาส คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเย็นลงเพื่อที่คุณจะสามารถจุดไฟปรารถนาของคุณและสนุกกับเซ็กซ์ของคุณอย่างที่ควรได้รับ พับผ่าสิ!
   ช่วงเช้าของวัน คุณมีความตั้งใจอันซุกซนที่จะขย้ำผู้ชายของคุณในทันทีที่คุณถึงบ้านจากที่ทำงาน แต่จากนั้นเจ้านายของคุณก็มอบหมายงาน “ด่วนบรรลัยจักร” ให้คุณทำ พอเลิกงาน ขณะสตาร์ทรถจะกลับบ้าน คุณก็นึกถึงผ้ากองใหญ่ที่จะต้องซัก พอถึงบ้าน สมองของคุณก็เต็มไปด้วยรายการงานบ้านอันยาวเหยียด และในขณะที่อารมณ์เซ็กซ์กำลังจะดีคุณก็กำลังปั่นชุดชั้นในอยู่
       
       “ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะหงุดหงิดง่ายกว่าผู้ชาย เช่น ความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ก่อนและระหว่างมีเซ็กซ์ ซึ่งสามารถทำให้รถไฟชื่อปรารถนาของคุณ ตกรางได้” ดร.เด็บบี้ เฮอร์เบนิค ผู้เขียนหนังสือ Because It Feels Good กล่าว
       
       “ขณะถูกโปรแกรมด้วยงานบานตะไท มันก็ยากสำหรับผู้หญิงที่จะปิดสวิทช์เรื่องงานแล้วเปิดสวิทช์เรื่องส่วนตัวที่เซ็กซี่กว่า” และด้วยเหตุที่ผู้หญิงมีงานยุ่งกว่าแต่ก่อน อารมณ์เพศของพวกเธอก็ถูกกระทบรุนแรงขึ้น
       
       ยิ่งกว่านั้น การวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย แสดงให้เห็นว่าสำหรับผู้หญิงหลายคนนั้น การกระตุ้นอารมณ์ไม่ใช่สวิทช์ที่จะเปิดปิดกันได้ง่ายๆ อย่างผู้ชาย ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเกิดความปรารถนาตามผลลัพธ์ของเซ็กซ์ กล่าวคือ พวกเธอเริ่มต้นจากความเป็นกลางทางอารมณ์เพศ แล้วก็ค่อยๆ เครื่องร้อนขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็หมายความว่าผู้หญิงต้องทำสิ่งต่างๆ อย่างจริงจังตลอดทั้งวัน เพื่อดำรงรักษาอารมณ์ปรารถนาของพวกเธอไว้ให้ได้
ภาพประกอบจาก Internet
              ทำอย่างไร?
       
       ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการเปิดสวิทช์อารมณ์ของคุณไว้ดังต่อไปนี้
       
       ทำบ้านของคุณให้เป็นมิตร
       
       “ความเกะกะเรี่ยราดเป็นหนึ่งในความหงุดหงิดอันยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิง” ดร.เด็บบี้พูด
       
       “แทนที่จะพุ่งความสนใจไปที่ความเร่าร้อนของผู้ชายของคุณและคุณต้องการเขาขนาดไหน คุณกลับต้องมาคิดว่าห้องนี้มันสกปรกยังกะรังหนู ฉันต้องทำความสะอาดมันจริงๆแล้ว”
       
       ดังนั้น จงขจัดอุปสรรค์อันน่าหงุดหงิดนั้นเสียด้วยการตื่นนอนเร็วขึ้น 10นาที เพื่อที่คุณจะมีเวลาในการเก็บเครื่องเป่าผมและเครื่องแต่งหน้าให้เข้าที่เข้าทาง แขวนเสื้อผ้าที่ปกติคุณทิ้งเรี่ยราดไว้บนพื้นห้องนอนเข้าตู้ซะ และทำเตียงให้เรียบร้อย
       
       ฟื้นฟูอารมณ์เซ็กซ์ภายใน
       
       กลิ่นคือ ความรู้สึกอันทรงพลังอย่างแท้จริงซึ่งผูกพันกับความทรงจำอันแนบแน่นด้วย อย่างเช่น กลิ่นน้ำหอมห้องน้ำที่คุณพรมในคืนที่คุณถึงจุดสุดยอดนั่นแหละ ดังนั้นจงพกน้ำหอมขวดนั้นไว้ในกระเป๋าถือของคุณ แล้วหยิบมันออกมาสูดดมนิดหน่อยในช่วงกลางของเวลาทำงาน จากนั้นก็รอผลลัพธ์ของมัน
ภาพประกอบจาก Internet
      “ในสภาพแวดล้อมอันสะอาดสะอ้านอย่างที่ทำงานของคุณนั้น มันสำคัญมากในการเตือนความจำตัวเองว่าคุณเซ็กซี่อยู่เสมอ” ดร.เด็บบี้กล่าว
แบ่งปันเรื่องซุกซนกับเขา
       
       มันสำคัญมากในการดำรงสายสัมพันธ์กับผู้ชายของคุณในระหว่างวัน “อี-เมล์และข้อความแบบจีบเจ๊าะแจ๊ะที่สร้างความคาดหวัง จะช่วยให้คุณรู้สึกพร้อมปฏิบัติการทันทีเมื่อคุณถึงบ้าน” แพทย์หญิง เจนนิเฟอร์ เบอร์แมน ผู้เขียน Secrets of the Sexually Satisfied Woman กล่าว
       
       ดังนั้นจงส่งข้อความดังกล่าวและภาพร่องอกของคุณให้เขาการตอบของเขาน่าจะเป็น “ได้เลย เดี๋ยวเจอกัน”ซึ่งจะเป็นการยั่วยุอารมณ์ของคุณให้ตื่นเต้นและคาดหวังยิ่งขึ้นอีก
       
       ขจัดตัวทำลายอารมณ์เซ็กซ์
       
       “ก่อนคุณปิดคอมพิวเตอร์ของคุณในที่ทำงาน ให้คุณทำรายการของทุกอย่างที่คุณจำเป็นที่ต้องทำในวันต่อไปเก็บไว้” ดร.บาร์บาร่า คีสลิง ผู้เขียน The Good Girl’s Guide to Bad-Girl Sex กล่าว วิธีนี้คุณจะไม่ต้องมัวแต่คิดถึงสิ่งที่จะทำในวันรุ่งขึ้นตลอดคืน
       
       “มันทำให้คุณขีดเส้นใต้ของวันนั้นได้เลย และคุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับทุกสิ่งในรายการนั้นไปได้อีก 12 ชั่วโมง”
ภาพประกอบจาก Internet
       หว่านเสน่ห์กับผู้ชายคนอื่นๆ
       
       เล่นหูเล่นตากับชายแปลกหน้าที่น่ารักคนหนึ่ง แม้ว่าคุณจะมีแฟนอยู่แล้ว จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแม็คกิลล์ พบว่าหลังจากผู้หญิงทำเจ้าชู้กับผู้ชายคนอื่น จะรู้สึกมีเสน่ห์กับคู่รักของตัวเองมากขึ้น และจะร่วมขยายความสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น
       
       ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงหน้าบาร์เทนเดอร์รูปหล่อที่เคาน์เตอร์เหล้าหรือเข็นรถเข็นชนกับหนุ่มเซ็กซี่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ส่งยิ้มหวานและคุยเจ๊าะแจ๊ะนิดหน่อยกับเขาก่อนเดินจากกัน
       
       อาบน้ำล้างตัวนิดหน่อย
       
       ด้วยเหตุที่การนั่งเป็นเวลา8ชั่วโมงในเสื้อผ้าชุดเดิมระหว่างการทำงานทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ดังนั้นทันทีที่คุณถึงบ้าน ให้เข้าห้องน้ำเพื่อล้างเนื้อล้างตัวซะ (คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ผมคุณเปียก)
       
       “นี่เป็นการส่งสัญญาณให้สมองของคุณรู้ว่าคุณกำลังจะเริ่มต้นใหม่ และเมื่อตัวคุณสะอาด คุณจะรู้สึกสบายใจในการอยู่ใกล้ชิดกับใครบางคน” ดร.เด็บบี้ กล่าว
       
       ยิ่งกว่านั้นตอนอาบน้ำมีโอกาสที่จะช่วยคุณพบความเพลิดเพลินอันเซ็กซี่ กล่าวคือขณะคุณกำลังถูสบู่ ให้เพ่งเล็งความรู้สึกว่าเมื่อนิ้วของคุณสัมผัสกับผิวหนัง มันเพลินดีอย่างไร และมันสบายตัวเหลือเกินดีได้เปลือยกายหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน
ภาพประกอบจาก Internet
        แต่งตัวสำหรับการปฏิบัติที่คุณต้องการ

       
       หลังจากคุณเช็ดตัวแล้ว ให้คุณหักห้ามใจที่จะสวมใส่ชุดอยู่บ้านตามปกติของคุณ แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาเป็นชุดชั้นในอันวาบหวาม แค่เสื้อยืดคอวีกับกางเกงผ้ายืดขาสั้นก็พอ
       
       “มันสำคัญมากที่จะทำให้ตัวเองดูเหมือนต้องการมีเซ็กซ์” ดร.เบอร์แมนพูด “เพราะชุดกีฬาแบบนั้นมันจะทำให้คนรู้สึกพร้อมที่จะออกกำลังกามยิ่งขึ้น”
       
       ให้เขาสัมผัสคุณ
       
       “มันสำคัญมากในการสงวนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อเป็น ‘เขตกันชน’ สำหรับการเชื่อมโยงกับผู้ชายของคุณ จากนั้นก็ค่อยๆ เริ่มเข้าสู่การปฏิบัติการ” ดร.เด็บบี้บอก วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างอารมณ์และเริ่มกิจกามก็คือให้เขาส่งข่าวสารให้คุณ
       
       “ร่างกายของคุณจะเริ่มมีความปรารถนาและการสร้างอารมณ์อย่างช้าๆ จะทำให้สมองของคุณตามทัน” ดร.เด็บบี้อธิบาย
       ..จากนั้นก็ปล่อยให้สงครามใต้สะดือเริ่มต้น... ...

ภาพประกอบจาก Internet
14 เคล็ดลับในการช่วยตัวเอง แบบสุดยอด
   อวัยวะเพศเทียม หรือ sex toy อื่นๆ แม้จะมีประโยชน์มหาศาล เช่น ลดความเครียด ลดการข่มขืน ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขมากขึ้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนรสเปลี่ยนชาติ ลดความใคร่ ฯลฯ และมีขายเกร่อในต่างประเทศ ยังถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายใน ประเทศไทย ด้วยกฎหมายนั้นสัมพันธ์กับขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม หากประเทศไทยถือว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาไม่น่า ละอาย ก็อาจจะเป็นเรื่องถูกกฎหมายในวันหนึ่ง อย่างไรก็ตามได้ข่าวว่ามีการแอบขายตามเว็บไซต์ต่างๆ ตามตลาดนัดบางแห่ง และสามารถฝากคนที่อยู่ต่างประเทศซื้อมาฝากได้ (เวลาผ่านด่านตรวจ หากตรวจเจออาจบอกว่าเป็นของใช้ส่วนตัว)


ภาพประกอบจาก Internet
สำหรับเรื่องทำอย่างไรการช่วยตนเองจึงจะถึงจุดสุดยอดนั้นมี 14 เคล็ดลับดังนี้ค่ะ

    1. คุณต้องไม่มีอคติหรือความกลัวหรือความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการช่วยตนเอง ด้วยการช่วยตนเอง ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ไม่ติดโรค ไม่ทำให้ท้อง ไม่ทำให้ร่างกายผ่ายผอม ฯลฯ

     2. จงเชื่อว่าการช่วยตนเองเป็นสิทธิส่วนตัว เป็นเรื่องธรรมชาติ งานวิจัยพบว่า ร้อยละ 80 ของคุณผู้ชาย และร้อยละ 59 ของคุณผู้หญิงที่มีอายุ18 ปี เคยช่วยตนเอง การช่วยตนเอง ถือว่าเป็นพัฒนาการแสดงออกปกติ เมื่อมีความรู้สึกทางเพศ

    3. การช่วยตนเองถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรทำประเจิดประเจ้อ ในที่สาธารณะ เช่นในสวน ในรถ เรือ เครื่องบิน หรือโรงภาพยนตร์ ฯลฯ 

    4. จะช่วยตนเองให้ถึงจุดสุดยอด คุณต้องมีความต้องการทางเพศ 

    5. นอกจากบรรยากาศ สงบเงียบเป็นส่วนตัวแล้ว คุณต้องไม่เครียด มีอารมณ์ผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ พบว่าจะถึงจุดสุดยอด การช่วยตนเองใช้เวลาเริ่มและจบ ประมาณ 30 นาที

  6. คุณต้องรู้จักร่างกายส่วนสงวนของคุณ ว่าจุดไหนที่สามารถเร้าให้ถึงจุดสุดยอดได้ ไม่ว่าจะโดยการลูบคลำ คลึง ถู จับ นวด ฯลฯ

    7. การใช้จินตนาการ ดูรูปภาพ ดูหนังเอ็กซ์ ฯลฯ ขณะช่วยตนเอง สามารถไปถึงจุดสุดยอดเร็วขึ้น

ภาพประกอบจาก Internet
    8. การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น อวัยวะเพศเทียม, sex toy อื่นๆ เช่น เครื่องสั่นสะเทือน ทำให้ถึงจุดสุดยอดได้ง่ายขึ้น


    9. การใช้อุปกรณ์ช่วยตัวเองอื่นๆ เช่น น้ำอุ่นจากหัวฉีดหรือฝักบัว น้ำเย็นเจี๊ยบ น้ำแข็ง อาจทำให้ถึงจุดสุดยอดได้เร็วขึ้น


    10. ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์เสริมที่ไม่สะอาดมีสนิมบอบบางแตกง่ายอาจ ซึ่งก่ออันตรายได้ เช่นขวดน้ำอัดลม (แก้ว) หากสอดใส่ปากมดลูกอาจถูกดูดเข้าไปในปากขวด, ฝาครอบน้ำยาทารักแร้ ใส่แล้วเอาออกไม่ได้ ฯลฯ สุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล


    11.เลือกวิธีที่เหมาะกับตน เช่น คุณผู้หญิงบางคนสามารถถึงจุดสุดยอดโดยการคลำคลึง ฯลฯ ปุ่มกระสัน บางคนต้องสอดใส่อุปกรณ์อวัยวะเพศเทียม


    12.การขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานขณะช่วยตนเอง ไม่ว่าในคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย ทำให้ถึงจุดสุดยอดง่ายขึ้น


    13.ว่ากันว่า หากมีเพื่อนมาช่วยทำการช่วยตนเองด้วย จะทำให้สนุก ถึงจุดสุดยอดง่ายขึ้น
ภาพประกอบจาก Internet
    14.บาง คนถึงจุดสุดยอดง่ายขึ้น หากมีเสียงประกอบที่ชอบ เช่น เสียงครางครวญ เพลงบรรเลง ฝนตก ร้องโหยหวน ฯลฯ แต่ควรระมัดระวังอย่าเปิดเสียงดังเกิน เพราะเสียงเหล่านี้บางเสียง อาจทำให้ผู้คนบ้านใกล้เรือนเคียงตกใจจนเรียกตำรวจมาตรวจสอบได้... 

       >> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net

ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
webboard.yenta4.com
www.manager.co.th : 27 มกราคม 2555 09:29 น.
www.hugmagazine.com
www.dekidol.com

ความในใจเรื่องเซ็กซ์จากหนุ่มๆ (1-2)Dr.DEN Sexociety

คอลัมน์ Sexociety โดย Dr.DEN
   ทำไมแม้แต่ผู้ชายที่เป็นคนเปิดเผยที่สุด จึงปิดปากเมื่อพูดถึงเรื่องเซ็กซ์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มันเป็นเพราะพวกเขารู้ว่าผู้หญิงเป็นนักวิเคราะห์เกินเหตุ (คิดมาก ว่างั้นเถอะ) และกลัวว่าความคิดสุดโต่งของพวกเขาจะทำให้พวกเธอสติแตกเปล่าๆ จึงเก็บงำเรื่องพรรค์นี้ไว้กับตัวเองจะดีกว่า

   แต่กระนั้น ผู้หญิงก็ยังอยากรู้อยู่ดี ว่าความคิดประหลาดๆ ของผู้ชายเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์มันเป็น อย่างไรกันแน่ อะไรที่ยิ่งปิด ก็มีคนยิ่งอยากเปิด เป็นธรรมดาอยู่แล้ว
    ดังนั้นจึงมีการส่งนักจิตวิทยาเพศชายคนหนึ่งไปเกลี้ยกล่อมชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ให้เปิดเผยความลับสุดขีดในเรื่องเซ็กซ์ของพวกเขาจนได้ เพราะผู้ชายสะดวกใจที่จะพูดเรื่องแบบนี้กับผู้ชายด้วยกันมากกว่า และนำมาเปิดโปงให้ผู้หญิงได้รู้ทั่วกัน ด้วยอุดมการณ์ของจอมแฉที่ว่า “ความลับไม่มีในโลก”
       
       อารอน 25:
       
       “มันระทึกใจมาก เมื่อเธอไม่ยอมถอดเสื้อผ้าตอนเรา...กัน เพราะผมรู้สึกเหมือนว่าผมทำให้เธอมีอารมณ์พิศวาสสูงสุด จนถึงขนาดไม่แคร์ว่าบางทีอาจจะฉีกเสื้อผ้าเธอขาดกระจุยก็ได้”
         ฮือม์ คุณคิดหลายชั้น จนสร้างความตื่นเต้นให้ตัวเองมากขึ้นได้ เยี่ยมจริงๆ ครับ คุณอารอน
       
       เนลสัน 26:
       
       “ผมชอบมากเลยเมื่อเธอปล่อยให้ผมจ้องมองเรือนร่างของเธอหลังมีเซ็กซ์ ผมหมายถึง มองเธออย่างหวานซึ้งโดยไม่ทำให้เธอวิตกจริตว่า ผมกำลังมองหาจุดบกพร่องอยู่ นั่นแหละครับ เชื่อผมเถอะ สิ่งสุดท้ายในความคิดของผมขณะกำลังมองอย่างเสน่ห์หาแบบนั้นก็คือ ไผในที่แปลกๆ ขนที่ขึ้นผิดจุด หรือ รอยด่างดำใดๆ”
       คุณเนลสัน คุณกับแฟนคงอยู่ในระยะข้าวใหม่ปลามันแน่ๆเลย
       
       รอสส์ 24:
       
       “สาวของผม มักสติแตกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และชอบถอดกางเกงผมในที่สาธารณะ ผมไม่ว่าอะไรหรอก มันตื่นเต้นดีเหมือนกัน แต่ผมอยากอาบน้ำและเตรียมน้องชายให้พร้อมเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่รบกวนจมูกและตุ่มรับรสที่ลิ้นของเธอ คุณคงเข้าใจความหมายนะ”
        เข้าใจครับ แต่อย่าให้ถึงขนาดเป็นนักนิทรรศการ (EXHIBITIONIST) ก็แล้วกัน คุณรอสส์ ให้มันกระมิดกระเมี้ยน เนียน พราง หน่อย
       
       ไทเลอร์ 27:
       
       “เมื่อเธอพลิกตัว และพยายามเล่นท่ายากเพื่อเร้าใจผม มันก็เยี่ยมอยู่หรอก แต่เธอควรแจ้งเตือนผมก่อน บางครั้งถ้าผมโดนจู่โจม ผมจะรู้สึกง่อยไปเลย เพราะผมไม่สามารถเรียบเรียงความคิดได้ทันว่าจะเข้าไปอีท่าไหนดี”
       ไม่งั้นก็ไม่เรียกท่ายากสิครับ คุณไทเลอร์
       
       เบลค 26:
       
       “โอ้ พระเจ้า เมื่อเธอถึงจุดสูงสุด เธอจะข่วนผมด้วยเล็บยาวๆของเธอหรือไม่ก็กัดผมที่ซอกคอ ตอนนั้นผมหัวหมุนติ้ว ไม่รู้สึกเจ็บอะไรหรอก แต่ถ้ามันมีหลักฐานโผล่ออกจากเสื้อเชิ้ตในวันรุ่งขึ้น ผมก็วิตกว่าผมจะดูเหมือนไอ้หื่นในสายตาของเพื่อนร่วมงาน แต่อย่างไรก็ตาม มันก็คุ้มนะ”
       คุณสวมเสื้อเชิร์ตแขนยาวผูกไทไปทำงานไม่ใช่หรอครับ คุณเบลค ผมกลัวว่าคุณจะแบะคอเสื้ออวดร่องรอยอารยธรรมของคุณซะมากกว่า
       
       แรนดี้ 30:
       
       “เมื่อผู้หญิงลากนิ้วของเธอลงมาที่สีข้างของผมนั้น ผมแทบสลบ”
       ขวัญอ่อนจริงนะ พ่อหนุ่มแรนดี้
       
       รอดนีย์ 22:
       
       “คุณเอ๋ย ผู้หญิงสามารถทำให้ผมคึกคักได้จริงๆ เมื่อเธอพูดถึงเรื่องสัปดนในเตียง ยกเว้น ถ้าเธอพูดเหมือนกำลังอ่านบทอยู่ นั่นแหละ มันจะทำให้ผมหดกลับทันที เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนเธอไม่ได้หมายความตามที่พูดสักคำ”
       แสดงว่าคุณเป็นคนจริงใจกับเรื่องสัปดนจริงๆ คุณรอดนีย์
       
       เจมี่ 31:
       
       “ผมกับแฟนชอบเล่นบทบาทตัวละคร (ROLE-PLAY) ต่างๆมากเลย แต่ผมชักใจคอไม่ดีเมื่อเธอทำท่าว่าจะสวมบทบาทนอกสถานการณ์ ซึ่งดูสมจริงยิ่งกว่าการแสดงเฉพาะของเรา 2 คน เรื่องของเรื่องก็คือ วันหนึ่ง หลังจากเธอได้งานใหม่ เธอก็ต้องการให้เราเล่นบทเจ้านายกับเลขาฯ วันรุ่งขึ้นผมไปพบเธอเพื่อกินอาหารกลางวันในที่ทำงานของเธอ...เพียงเพื่อให้แน่ใจว่า เจ้านายคนใหม่ของเธอไม่ใช่เศรษฐีหนุ่มหล่อล่ำที่ผมจำเป็นต้องกังวล”
       อาการอย่างนี้ขาเรียกว่า “หึงในระยะแรก” ครับ คุณเจมี่ รีบรักษาซะ ก่อนจะถึงระยะสุดท้าย
       
       แพทริค 30:
       
       “ผมเคยเจอสาวๆ 2-3 คน ที่คิดว่ามันเป็นเรื่องเซ็กซี่สำหรับผมในการเลียวิปครีมหรือน้ำเชื่อม
       ช็อคโกแลตออกจากหัวนมและน้องจิ๋มของพวกเธอ มันก็เจ๋งอยู่หรอกที่พวกเธอพยายามลองสิ่งใหม่ๆ แต่ผมเกลียดของหวาน บางครั้งผมคลื่นไส้มากกว่าเพลิดเพลิน หลังจากเลียไปได้ 2-3 แผล็บ”
      ทีหลังเปลี่ยนเป็นของคาวอย่าง ซุปหัวหอมหรือ ครีมชีส น่าจะดีขึ้นนะครับ คุณแพ็ท เพราะกลิ่นและรสของมันเข้ากันได้ดีกว่า...

ความในใจเรื่องเซ็กซ์จากหนุ่มๆ(2)/Dr.DEN Sexociety

ดาร์เรน 29 :
       
       “มันอาจทำให้เซ็กซ์ของเธอเร่าร้อนขึ้น เมื่อเธองัดเอาอุปกรณ์หรือของเล่นทางเพศต่างๆ ของเธอออกมาใช้ แต่ถ้าหญิงสาวอย่างเธอทำแบบนั้นบ่อยเกินไป มันก็ทำให้ผมดูต่ำต้อยและคิดว่ามีอะไรผิดปกติกับอุปกรณ์ของตัวผมเอง”
        นั่นสิ มันก็น่าเจ็บใจเหมือนกันนะที่เธอมีชู้เป็น VIBRATOR
       
       เคน 24 :
       
       “ผมจะเกิดอารมณ์เป็นพิเศษ เมื่อผมเห็นไอ้หนุ่มคนอื่นๆ กำลังจีบเธอ ตอนเราออกนอกบ้าน ผมจะแกล้งปวดฉี่ แล้วแอบอยู่หลังห้องส้วม เพื่อโผล่หัวออกมาดูหนุ่มๆรุมตอมเธอ ผมจะผลุนผลันเข้าไปดึงเธอออกจากพวกเขาและพาเธอกลับไปยังห้องนอนที่บ้านโดยทันที”
       ก็ดีนะ ที่คุณใช้ความหึงหวงเป็นยาไวอากร้า
       
       เจเจ 29 :
       
       “ถ้าแฟนของผมเกิดอารมณ์บูดขึ้นมาวันใด เธอจะแปลงโฉมจากสาวน้อยแสนหวานมาเป็นสาวเผ็ดดุทุกที ผมจึงมักจะต้องจึ๊กกะดึ๋ยเธอโดยทันทีเสมอ เพราะมันเหมือนอยู่บนเตียงกับน้องสาวฝาแฝดที่ร้ายกาจของเธอ”
        นี่คือการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสอย่างแท้จริง แต่มันเป็นการค้ากำไรเกินควรรึเปล่าคุณเจเจ
       
       ชิบ 27 :
       
       “เมื่อใดก็ตามที่แฟนของผมไม่ใส่ใจที่จะทำผมเผ้าให้เรียบร้อย มันก็มีแต่ความยุ่งเหยิงรอบใบหน้าของเธอ มันทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงถ้ำยุคหิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทนไม่ได้ ต้องลากเธอกลับเข้าถ้ำของผมทุกที”
       แล้วก็ “ยับปาดั๊บปาดู๊” กันอย่างป่าเถื่อนเลยสิท่า
       
       จิล 31 :
       
       “ทุกครั้งที่ภรรยาของผมต้องถูอะไรบางอย่างลงบนเรือนร่างของเธอ ไม่ว่าจะเป็นครีมทาผิวหรือโลชั่นกันแดด ผมก็ชอบชำเลืองมองเธอด้วยหางตา มันมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการสัมผัสตัวเองของเธอแม้เมื่อเธอสวมเสื้อผ้าอยู่ก็ตาม ที่ทำให้ผมเกิดอารมณ์สวาทขึ้นมาทันที”
       คงลำบากหน่อยนะ ถ้าคุณกำลังอยู่ในสนามกอล์ฟ
       
       ไบรอน 20 :
       
       “บางครั้งผมจะดูบางตอนของหนังโป๊ก่อนที่เพื่อนสาวของผมจะมาถึง จากนั้นก็พยายามรีบมีเซ็กซ์กับเธอเพื่อที่ผมจะสามารถ ‘แสดงบท’ ได้เหมือนหนังที่เพิ่งดู แฟนของผมคิดว่าผมมีอารมณ์กับเธอจนทนไม่ไหวในทันทีที่เห็นหน้าเธอ แต่มันก็แค่ว่าผมกำลังเริ่มบรรเลงเพลงสวาท ก่อนที่ภาพของนักแสดงสาวในหนังจะเลือนหายไปจากความทรงจำของผม”
       ขอเดาว่าแฟนของคุณคงไม่น่าพิศวาสสักเท่าไร คุณจึงต้องใช้หนังโป๊เป็นตัวช่วยใช่มั้ยล่ะ
       
       แม็ตตี้ 28 :
       
       “ผู้หญิงของผมเป็นคนช่างพูด แต่ผมคิดว่ามันคงจะวิเศษมากถ้าเธอเดินเปลือยล่อนจ้อนเข้ามาหาผมในระหว่างพักครึ่งเวลาขณะผมกำลังดูฟุตบอลในทีวีอยู่ และเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากผมเพื่อไม่ให้ผมพูด แล้วก็เริ่มขี่ควบผมโดยไม่พูดไม่จา”
       จะได้ไม่รบกวนการดูฟุตบอลของคุณใช่มั้ย ร้ายนะคุณตี้
       
       ไรอัน 29 :
       
       “ขณะผมขับรถกลับบ้านจากที่ทำงาน ผมจะผ่านร้านอาหารหลายสิบแห่ง และสถานที่อื่นๆ ที่ผมกับแฟนเคยไปมาตอนมีเดท เมื่อผมเห็นร้านหนึ่ง ผมจะเริ่มฝันกลางวันว่าคืนนั้นจบลงอย่างไร เปลือยเปล่า เหงื่อชุ่ม และยิ้มสุข ซึ่งมันทำให้ผมหงี่ถึงเธอขึ้นมาอีก"
       ยังดีที่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นะครับคุณไรอัน

       เดวิด 30 :
       
       “ผมมีทักษะในการจีบสาวก็เพราะหนังสือรักๆใคร่ๆที่ผมซื้อมาจากตลาดเปิดท้ายขายของน่ะแหละ ผมจะฉีกเฉพาะฉากเซ็กซ์ออกมาอ่าน และท่องจำจนขึ้นใจในวลีน้ำเน่าที่สุดได้ทุกคำ เพราะคำเชยๆ เห่ยๆแบบนี้แหละที่ทำให้ผู้หญิงผ้าหลุดมานักต่อนักแล้ว”
       ถึงน้ำเน่าแต่ก็เห็นเงาจันทร์ ว่างั้นเถอะ พ่อคัสซาโนวิด
       
       สตีเวน 29 :
       
       “เพราะผมกินอาหารสุขภาพ (ประเภท ถั่ว งาและธัญพืช) ผมจึงกลายเป็นเครื่องปล่อยแก๊สเดินได้อยู่เสมอ ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องการทำตัวเป็นคาวเกิร์ล ขี่ควบผม ผมก็ไม่สามารถมีสมาธิกับความสนุกสุขหรรษาได้ เพราะผมมัวยุ่งอยู่กับการกลั้นตดในทุกครั้งที่เธอควบตับๆ”
        ปล่อยมันออกมาเถอะ สตีฟ คิดซะว่าเป็นการประสานเสียงก็แล้วกัน สนุกดีออก...

ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th :25 พฤษภาคม 2555 10:34 น.

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ขยัน ขมิบ แล้วชีวิตรักจะ กระชับ ขึ้น

อีกหนึ่งปัญหาส่วนตั๊วส่วนตัวที่หญิงเราอดกังวลไม่ได้ คือ ช่องคลอดหลวม

 ไม่ว่าจะเพราะผ่านการคลอดลูกมาแล้ว, ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดบ่อยๆ, หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองบ่อยๆ กระทั่งการร่วมเพศบ่อยๆ ฯลฯ
       
       “การสอดใส่สิ่งใดๆ ในช่องคลอด ทำให้เยื่อพรหมจารีย์ฉีกขาดเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้ช่องคลอดหลวม”
       
       คำตอบของสูตินรีแพทย์เจ้าประจำทำให้เราสบายใจขึ้น และเผยสาเหตุเดียวที่ทำให้ช่องคลอดหลวม
       
       “มีอย่างเดียวคือ การคลอดบุตรทางช่องคลอดตามธรรมชาติ เพราะช่องคลอดอาจจะสูญเสียความสามารถในการบีบรัดตัว”
       
       หลายคนจึงพึ่งหมอสูติฯทำรีแพร์ (Repair) ยอมเสียตังค์เป็นพันเป็นหมื่นไปทำสาว ทว่าการทำรีแพร์นั้น เป็นการเย็บผนังช่องคลอดให้ตึงเท่านั้นนะจ๊ะ ขณะที่กล้ามเนื้อภายในช่องคลอดโดยรอบยังหลวมอยู่ หมายความว่าช่องคลอดก็จะไม่ได้มีแรงพอที่จะบีบรัด...
       
       อะฮ้า! ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ
       
       “ขมิบ”ด้วยตัวเองเท่านั้น เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด
       
       ตามประวัติ คุณหมอสูติฯ Kegel เป็นผู้คิดค้นเทคนิคขมิบเมื่อ 50 ปีก่อน เพื่อรักษาผู้ป่วยหญิงที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แต่ผลออกมาได้สองเด้ง นอกจากช่วยรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ให้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้คนไข้มีชีวิตเพศสัมพันธ์ที่ดีขึ้นด้วย คนไข้กลับมาเล่าว่าสามีได้รู้สึกรับสัมผัสได้ยอดมาก ส่วนตัวเองก็รู้สึกถึงจุดสุดยอดได้เยี่ยมกว่าเดิม
       
       เทคนิคนี้จึงได้รับการขนานนามว่า Kegel exercise
       
       “ขมิบโดยความหมาย หมายถึง การทำให้ช่องทวารหนัก ทวารเบาเม้มไว้ การเม้มหรือขมิบโดยปกติก็มีหรือเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ที่ต้องฝึกก็เพื่อให้สามารถควบคุมได้ตามที่เราต้องการ เช่น ความแรง ความนาน จำนวนครั้ง”
       
       จากบทความของ นพ.รุ่งโรจน์ ตรีนิติ อธิบายความหมายไว้ ท่านบอกชื่อกล้ามเนื้อของเราที่ใช้ในการขมิบด้วยค่ะ
       
       “การขมิบต้องอาศัยกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานที่เรียกว่า ชุดกล้ามเนื้อซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อย่อยๆ อีกหลายชิ้น เช่น กล้ามเนื้อ pubococcigeous, กล้ามเนื้อ puborectalis แต่กล้ามเนื้อหลักที่ใช้งานคือ กล้ามเนื้อ pubococcigeous หรือเรียกย่อๆ ว่า PC บางคนจึงเรียกการออกกำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานว่า PC exercise หรือ pelvic floor exercise”
       
       เอาล่ะ ต่อไปนี้เรามาศึกษาวิธีการออกกำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน หรือเรียกง่ายๆ ว่า มาฝึกขมิบกันค่ะ
       
       How to ขมิบ
       
       1. ขมิบหรือเกร็งกล้ามเนื้อไว้ นับหนึ่งถึงสามแล้วปล่อย หายใจเข้าออกตามปกติ
       
       2. เกร็งกล้ามเนื้อขณะสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเกร็งมากขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะการหายใจเข้า โดยจะต้องระวังอย่าเผลอเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องตามไปด้วย
       
       3. ขมิบแล้วปล่อย ขมิบแล้วปล่อยสลับกันไป ทำให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้พร้อมกับหายใจเข้าตามปกติ
       
       4. ออกแรงเบ่งให้เหมือนว่ากำลังพยายามดันอะไรบางอย่างออกจากช่องคลอดหรือกำลังรีบฉี่ให้หมดเร็วๆ ตามปกติคนมักกลั้นหายใจเวลาทำแบบนี้ แต่ตามหลักการ Kegel exercise ต้องพยายามหายใจตามปกติให้ได้
       
       ขมิบให้ได้ผลดี คุณต้องมีวินัย...
       
       - ความแรงของการขมิบ ให้กล้ามเนื้อบริเวณก้น ท่อปัสสาวะ และช่องคลอด การหดรัดตัวอยู่ในระดับปานกลาง โดยสามารถ ‘สั่ง’ ให้ขมิบหรือหยุดขมิบได้
       
       - การปฏิบัติมิใช่แค่ขมิบแล้วคลายทันที แต่ต้องทำเหมือนคนเล่นกล้าม คือ ขมิบและเกร็งไว้ราว 10 วินาที (นับ 1-10) แล้วค่อยคลาย อย่างนี้เรียกว่า 1 ครั้ง
       
       - จำนวนครั้ง ควรทำให้ได้ 6-10 ครั้งต่อชุด และฝึกอย่างน้อยวันละ 6-10 ชุด แต่จะขมิบวันละกี่ชุดก็ได้ ไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อวันยิ่งดี แต่ไม่ต้องทำรวดเดียวจบ เสนอให้แบ่งเป็นหลังอาหารสามเวลา เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เพิ่มรอบดึกได้
       
       - การฝึกขมิบช่วงแรกๆ ให้เริ่มวันละน้อยๆ ครั้ง เพราะทำใหม่ๆ จะเหนื่อยง่าย เดี๋ยวจะหมดแรงเสียก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อยๆ …แนะนำว่ายิ่งทำมากเท่าไร ก็ยิ่งได้ผลดีเท่านั้น
       
       - การฝึกขมิบควรทำเป็นคอร์สๆ ละ 1-3 เดือน ซึ่งการขมิบจะได้ผลและมีประสิทธิภาพจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ค่ะ
       
       ขณะขมิบ ไม่ควร...
       
       - ไม่ควรเกร็งกล้ามเนื้อหน้าอกและกลั้นหายใจขณะฝึก ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
       
       - ไม่ควรเกร็งกล้ามเนื้อท้องและกล้ามเนื้อหลังขณะฝึก ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวดท้อง และปวดหลัง
       
       - ไม่ควรขมิบขณะที่ปวดปัสสาวะมากๆ เพราะการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ตอนที่กระเพาะปัสสาวะเต็มจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้
       
       ขมิบไปเถอะค่ะไม่ว่าจะเป็นสาววัยใด แม้แต่สาวรุ่นอายุน้อย เพราะจะเป็นประโยชน์ทีเดียวสำหรับสตรีที่ยังไม่เคยมีบุตร และสตรีที่ผ่านการมีบุตรแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว นอกจากจะช่วยให้ชีวิตรักการมีเพศสัมพันธ์ของคุณแฮปปี้ขึ้น ยังช่วยป้องกันเรื่องการหย่อนตัวของมดลูก ทวารหนัก และกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว ดีต่อสุขภาพภายในของหญิงเราอีกด้วยนะ...

ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th

จิ๋มตดขณะติ๊ดชึ่ง เรื่องปกติของกามกิจ หรือเครื่องหลวม

By Lady Manager

"อุ้ย! ทำไงดี เขินจัง น้องสาวปล่อยตด ขณะกำลังกระดึ่งดึ๊งกับแฟน บังเอิญมีลมพุ่งสวนออกมาจากจุ๋มจิ๋มเสียงละม้ายคล้าย "ตด" ถือเป็นเรื่องปกติ หรือว่าน้องสาวเราหลวมแล้วหว่า"
       คู่รักชาย-หญิงทั้งหลายแหล่อาจจะเคยได้ยินเสียงกระซิบจากช่องคลอด ขณะกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะ เข้าๆ ออกๆ กันบ้างนะคะ หรือภาษาชาวบ้านเรียกกันตามซุ้มเสียงว่า "จิ๋มตด" จากเสียงที่ดัง "ป้าบๆ" กลับกลายเป็นเสียง "ปู้ดป้าด" ซะงั้น
        ผู้หญิงที่ไหนจะไม่อายละ แหม แต่ถึงจะไม่เหม็นแต่ก็เสียบรรยากาศนะ แถมฝ่ายชายบางคนยังหัวร่อตัวงอเป็นกุ้ง หรือบางคนอาจจะคิดว่าเราผ่านศึกหนักจนบานตะไท หลวมโครกครากกันเลยทีเดียว

 เรื่องตดต่างรูนี้สาวๆ หลายคนเขินเกินบรรยาย ไม่รู้จะปรึกษาใคร อดแอบคิดไปเองคนเดียวว่าน้องสาว “หลวม” เราจึงขอนำประเด็นน่าอับอายแทบคลุมปี๊บนี้ไปถาม นพ.กิตติ ตู้จินดา สูติ-นรีแพทย์ แห่งโรงพยาบาลพญาไท 2 โดยท่านอธิบายให้ฟังอย่างเห็นภาพตามหลักการ "ปั๊มลม"ว่า
      "จำง่ายๆ สาเหตุ คือ Suction-Effect แรงดูด ก็คือ ช่องคลอดขยาย ถึงดูดอากาศข้างนอกเข้าไปได้ อากาศจะขึ้นจากที่มีความดันสูง พอมีสเปซ (Space) ช่องคลอดขยาย มันจะดูดอากาศเข้าไป ผสมกับการ Pumping Effect คือ ตอนผู้ชายเอาเข้าเอาออก ก็จะปั๊มอากาศ ดันอากาศเข้าไป
       
       การที่มีลมเข้าไปและลมออกมาในเวลารวดเร็ว จึงทำให้มีเสียง แต่ถ้าลมค่อยๆ ออกมา ก็จะไม่มีเสียงลมมันต้องเข้ามาจากข้างนอกแน่นอน”

       นพ.กิตติขยายความว่า การผายลมทาง "ก้น" กับ "ช่องคลอด" ต่างกันคนละขั้ว
       
       "ศัพท์ทางการแพทย์เค้าเรียกว่า Vaginal Flatulence หรือภาษาทั่วไป Vaginal Fart เพราะ "Fart" แปลว่า ผายลม
       

       แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เป็นการผายลมนะครับ มันเป็นแอร์ (air-อากาศ) คือ อากาศที่อยู่รอบตัวเรา แต่ถ้าเป็นการผายลมที่ออกมาจากทางก้น จะเป็นแก๊ส (gas) คือ การหมักของเสียจากลำไส้ใหญ่ ส่วนผสมคนละเรื่องเลย อันนี้มีกลิ่น แต่การผายลมที่ออกมาจากช่องคลอดจะไม่มีกลิ่น แต่อาจทำให้เสียบรรยากาศได้"
       
       นพ.กิตติฟันธงบอกว่า ท่ายอดฮิต "Doggy Style" ทำบรรยากาศเสีย "จิ๋มตด" ง่ายสุด
       
       "การที่อากาศเข้าไปในช่องคลอด พบบ่อยคือ ตอนมีเพศสัมพันธ์ จริงๆ ถึงไม่มีเพศสัมพันธ์ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น บางรายงานบอกเลยว่าว่า เวลาเล่นโยคะ ก็มีลมออกมาได้ในบางท่า หรือบางคนถีบจักรยานอากาศ คือ นอนหงายและเอาเท้าชี้ฟ้า ก็มีลมออกมาได้เช่นกัน
       
       แต่ลมที่ออกมาจากช่องคลอดนั้น โดยหลักการมันคือ ท่าที่ผู้ชายสอดใส่ เวลามีเพศสัมพันธ์ มันจะเหมือนกับมีการปั๊มอากาศเข้าไป พบว่า บางท่าของการมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้เกิดได้ง่ายขึ้น เช่น ท่า Doggy Style ท่าร่วมเพศจากข้างหลัง อาจจะเกิดลมออกมาจากช่องคลอดมากกว่าท่าอื่น แต่จริงๆ ลมออกได้ทุกท่า แต่เหมือนกับว่าท่า Doggy Style ลมจะออกได้ง่ายกว่าทุกท่าเท่านั้นเอง
       
       โดยเฉพาะช่วงเวลาผู้ชายชักอวัยวะเพศออกมาจากช่องคลอดเวลาร่วมเพศ ตอนที่ศีรษะของผู้หญิงอยู่ต่ำกว่าก้นพูดง่ายๆ คือ เวลาโก้งโค้ง ลมจะเข้าเวลานั้น"
       
       หากติดอดติดใจเลี่ยงท่าการร่วมเพศจากข้างหลังไม่ได้ นพ.กิตติแนะผู้หญิงว่า ช่วงเจ้าหนูของผู้ชายชักออกมาจงยกศีรษะขึ้นเสีย ช่องคลอดจะได้ไม่เปิดรับอากาศข้างนอกเข้าสู่ช่องคลอดของเราได้ หมดโอกาสช่องคลอดตดได้พอสมควร
       
       และหากไม่อยากให้จิ๋มตด นพ.กิตติกำชับว่า พยายามปฏิเสธท่าร่วมเพศพิสดารแหกขาอ้าซ่า ให้เปลี่ยนสไตล์เป็นสาวเรียบร้อยด้วยท้วงท่าไม่โลดโผนหุบขา พยายามหนีบๆ ไม่ถ่างมาก
       
       "หากไม่อยากให้มีเสียง ควรอยู่ในท่าที่ close คือ ทำให้ขาหนีบๆ อย่ากว้าง อ้าขามาก เพราะท่ามิดชิด โอกาสที่ลมจะน้อยกว่าท่าอ้าขากว้างๆ"
   เรื่องนี้นพ.กิตติแนะนำให้ฝ่ายหญิงพลิกสถานการณ์อวยผู้ชายว่า "เก่ง" ทำให้มีอารมณ์สุดๆ จนน้ำหล่อลื่นเยอะแยะเฉอะแฉะเป็นที่มาของ "จิ๋มตด"
       
       "เราต้องคุยกับแฟนก่อนให้ผู้ชายเข้าใจ พอเขารู้ว่าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าไม่ได้ผิดปกติอะไร ถ้าคุยกันก็บอกเขาไปว่า เป็นเพราะเรามีอารมณ์ทางเพศมาก จึงทำให้ช่องคลอดขยาย เพราะคุณเก่ง เขาก็จะรู้สึกดี เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ
       
       พวกฝรั่งเค้าก็มีศัพท์เป็นเรื่องเป็นราว มีชื่อว่า Funny Fart หรือบางคนใช้คำว่า Pussy Fart 
       
       การที่ wet (..แฉะ เปียก) มากๆ ก็มีส่วนนะ คือ การที่มีน้ำหล่อลื่นมากทำให้หลุด หลวม และขยาย เพราะเวลาที่ผู้หญิงมีอารมณ์ร่วมทางเพศมากๆ ช่องคลอดจะขยายโดยสรีรวิทยา
       
       จริงๆแล้ว ผู้หญิงตัวเล็ก แต่ผู้ชายอาจจะขนาดใหญ่มากก็ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ผู้หญิงต้องมีอารมณ์ร่วม มีความรู้สึกทางเพศในเวลานั้น โดยสรีระแล้วตัวมดลูกจะถูกยกขึ้นไป ช่องคลอดจะขยาย น้ำหล่อลื่นจะเยอะ โอกาสที่ลมจะเข้าก็เยอะตามไปด้วย
       
       ตามหลักการ ถ้าผู้หญิงไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมทางเพศช่องคลอดจะไม่ขยาย จึงไม่ค่อยเกิดลมออกมาจากช่องคลอด และถ้าไม่มีอารมณ์ทางเพศน้ำหล่อลื่นจะไม่มี ปากช่องคลอดก็จะเจ็บ "
       
       นพ.กิตติย้ำว่า การผายลมทางช่องคลอดไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่พบบ่อยสำหรับ ผู้หญิงที่เคยผ่านการคลอดลูกมาแล้ว แถมแนะนำว่า การขมิบอาจช่วยได้
       
       "ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่จะบ่งบอกว่า ช่องคลอดหย่อนคล้อยแล้วมีลม แต่พบว่า คนที่เคยคลอดลูกแล้วพบได้ได้บ่อยกว่า
       
       ส่วนการขมิบนั้น หมอขอใช้คำว่า 'อาจช่วยได้นะครับ' แต่วันหนึ่งอาจจะต้องทำหลายๆ ครั้ง เป็นร้อยขึ้นไป จะช่วยให้กระชับขึ้นได้ แต่หมอว่า..เป็นเรื่องธรรมชาติและปกตินะสำหรับการร่วมเพศที่เวลามีลมออกมาจากช่องคลอด ใครๆ ก็เป็นกันได้ เพราะถ้าช่องคลอดเกิดฟิต (fit-กระชับ) มากๆ ลมก็จะไม่ค่อยเข้า"
       
       เอ้า! สาวเราถ้าไม่อยากให้น้องสาวผายลมเกลื่อนกลาด นอกจากใช้เทคนิคท่าแก้ ตามที่หมอบอกแล้ว อย่าลืมหมั่น exercise น้องสาว ด้วยการขมิบนะคะ แล้วน้องสาวของคุณจะได้เป็นที่รักของน้องชายเขาอย่างแนบแน่นนานๆ *_* 
       
       อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:


อาการผิดปกติยามร่วมเพศ ที่ผู้หญิงไม่กล้าถามหมอ

อาการผิดปกติยามร่วมเพศ ที่ผู้หญิงไม่กล้าถามหมอ ตอน ปัญหาจิ๋มคาวจิ๋มตด...@Bitchy, 
By Lady Manager @Bitchy


สาวบางคนไม่รู้เป็นไรฟูมฟายหรือไม่ก็เกิดอาการซึมเศร้าหลังกินตับกับสามี
       บางนางผ่านสมรภูมิมาไม่น้อย แต่ทำไม๊หลังร่วมเพศทุกครั้ง เลือดยังซึม
       ซึ่งนางทั้งหลายมักไม่กล้าพาตัวเองไปขึ้นขาหยั่ง ปรึกษาหาหมอสูติฯ

       
ไม่เป็นไรค่ะ
       
เราจะตอบ ช่วยคลายความกังวลแก่คุณเอง เพื่อดูว่าพฤติกรรมใดถือว่าปกติ และอาการไหนเข้าขั้นผิดปกติแล้ว คุณต้องไปหาสูตินรีแพทย์ได้แล้วล่ะ อย่ามัวเหนียมอายหรือเขียมเงินค่าตรวจอยู่เล้ย
       ปัญหาจิ๋มคาวจิ๋มตด
      
“ดิฉันรู้สึกว่าอวัยวะเพศของตัวเองมีกลิ่น เป็นกลิ่นคาวๆ เป็นมาหลายปีแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องปกติไหมคะ หรือว่าดิฉันควรกังวลและไปหาหมอ?”
อืม ไม่เสมอไปค่ะ เรื่องกลิ่นแถวอวัยวะเพศหญิงเรานี้อาจเป็นทั้งเรื่องปกติและไม่ปกติ
        
ในกรณีของคุณน่าจะเข้าข่ายว่าเป็น ‘อาการปกติ’ เพราะคุณบอกว่าเป็นมาหลายปีแล้ว ซึ่งคุณก็ไม่มีอาการอื่นเกิดขึ้นร่วมด้วย อาทิ คัน แสบ ปวด ฯลฯ สาวเรามักพกจิตใต้สำนึกกังวลเรื่องกลิ่นมากกว่าตัวคุณผู้ชายที่นอนเปลือยกายข้างๆ ซะอีก ที่สำคัญ คุณรู้ไหมว่า กลิ่นคาวๆ บูดๆ นี่แหล่ะตัวเร้ากำหนัดดีนัก
        
ผู้ชายไม่เพียงไม่รังเกียจกลิ่นอวัยวะเพศผู้หญิง แต่ยังรู้สึกถูกดึงดูด เกิดความรู้สึกทางเพศมากยิ่งขึ้นเมื่อได้กลิ่น...
       
ผู้หญิงเราน่ะซิถูกสังคมถูกขนบวัฒนธรรมครอบงำ ว่าต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้สวยสะอาดสะพรั่ง ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ถึงจะเป็นสาวสวยมีเสน่ห์ คุณเธอก็ลงทุนซื้อน้ำหอมพรมฉีดเข้าไป โดยหารู้ไม่ว่า เสน่ห์บนเตียงน่ะอยู่ตรงกลิ่นดิบๆ จากหว่างขาหล่อนแหล่ะย่ะ ผู้ชายน่ะเขาไม่ชอบกลิ่นฉุนๆ บนเนื้อนางหรอกนะ
        
แต่หากน้องสาวคุณไม่เคยส่งกลิ่นเลย ต่อมาหลังๆ เอ๊ะ! ทำไมมีกลิ่นอับๆ คาวๆ บูดๆ โชยออกมาจนคุณเองฉงน หรือคุณผู้ชายข้างกายเอะใจถามขึ้นมา กรณีนี้แหล่ะค่ะที่ ‘ผิดปกติ’ คุณต้องไปหาหมอตรวจภายใน เพราะคุณอาจกำลังติดเชื้อ… พาน้องจิ๋มไปรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด่วนเลยค่ะ  

“บางครั้งฉันตดตอนมีเซ็กซ์ มันออกมาเอง ควบคุมไม่ได้เลย สาเหตุคืออะไรคะ คนอื่นเป็นกันหรือเปล่า?”
มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเผลอผายลมขณะร่วมเพศ ทว่า ‘ลม’ ที่ออกมานั้น มาจากช่องคลอด หาใช่ ‘รูทวาร’ นพ.กิตติ ตู้จินดา สูติ-นรีแพทย์ แห่งโรงพยาบาลพญาไท 2 เคยอธิบายผ่านบทความ “จิ๋มตดขณะติ๊ดชึ่ง เรื่องปกติของกามกิจ หรือเครื่องหลวม!?!” ตามหลักการ ‘ปั๊มลม’ ว่า
        
"สาเหตุ คือ Suction-Effect แรงดูด ก็คือ ช่องคลอดขยาย ถึงดูดอากาศข้างนอกเข้าไปได้ อากาศจะขึ้นจากที่มีความดันสูง พอมีสเปซ (space) ช่องคลอดขยาย มันจะดูดอากาศเข้าไป ผสมกับการ Pumping Effect คือ ตอนผู้ชายเอาเข้าเอาออก ก็จะปั๊มอากาศ ดันอากาศเข้าไป
       
การที่มีลมเข้าไปและลมออกมาในเวลารวดเร็ว จึงทำให้มีเสียง แต่ถ้าลมค่อยๆ ออกมา ก็จะไม่มีเสียงลมมันต้องเข้ามาจากข้างนอกแน่นอน”
        
นพ.กิตติขยายความว่า การผายลมทาง ‘ก้น’ กับ ‘ช่องคลอด’ ต่างกันคนละขั้ว
        
"ศัพท์ทางการแพทย์เค้าเรียกว่า Vaginal Flatulence หรือภาษาทั่วไป Vaginal Fart เพราะ Fart แปลว่า ผายลม
       
แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เป็นการผายลมนะครับ มันเป็นแอร์ (air-อากาศ) คือ อากาศที่อยู่รอบตัวเรา แต่ถ้าเป็นการผายลมที่ออกมาจากทางก้น จะเป็นแก๊ส (gas) คือ การหมักของเสียจากลำไส้ใหญ่ ส่วนผสมคนละเรื่องเลย อันนี้มีกลิ่น แต่การผายลมที่ออกมาจากช่องคลอดจะไม่มีกลิ่น แต่อาจทำให้เสียบรรยากาศได้"
        
ค่ะ ประเด็นนี้จึงถือเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้ท่ายอดฮิต Doggy Style ซึ่งหากไม่อยากได้ยินเสียงจิ๋มตด เสียบรรยากาศ! นพ.กิตติแนะให้ใช้ท่าร่วมรักที่แนบชิดติดกัน ไม่ต้องอ้าขากว้างมากนัก โอกาสลมออกก็จะน้อยลง




       “การที่ wet (..แฉะ เปียก) มากๆ ก็มีส่วนนะ คือ การที่มีน้ำหล่อลื่นมากทำให้หลุด หลวม และขยาย เพราะเวลาที่ผู้หญิงมีอารมณ์ร่วมทางเพศมากๆ ช่องคลอดจะขยายโดยสรีระวิทยา
        ตามหลักการ ถ้าผู้หญิงไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมทางเพศช่องคลอดจะไม่ขยาย จึงไม่ค่อยเกิดลมออกมาจากช่องคลอด และถ้าไม่มีอารมณ์ทางเพศน้ำหล่อลื่นจะไม่มี ปากช่องคลอดก็จะเจ็บ’’
       นพ.กิตติยังย้ำด้วยว่า การผายลมทางช่องคลอดไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่พบบ่อยสำหรับ ผู้หญิงที่เคยผ่านการคลอดลูกมาแล้ว
       "เป็นเรื่องธรรมชาติและปกตินะสำหรับการร่วมเพศที่เวลามีลมออกมาจากช่องคลอด ใครๆ ก็เป็นกันได้ เพราะถ้าช่องคลอดเกิดฟิต (fit-กระชับ) มากๆ ลมก็จะไม่ค่อยเข้า"
       การขมิบสามารถช่วยให้ช่องคลอดของคุณกระชับขึ้นค่ะ แต่ต้องขยันขมิบให้ได้วันละร้อยครั้งนะคะ ถึงเอาอยู่!
      อ่านเพิ่มเติม ขยัน“ขมิบ” แล้วชีวิตรักจะ“กระชับ”ขึ้น 
 อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net
       
ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th





























เตือน เกลือสปาผสมยาไอซ์ ไม่ช่วยผิวขาวอมชมพู

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

สบส.ยังมึน รอตรวจสอบก่อน “เกลือสปาผสมยาไอซ์” มีจริงหรือไม่ ขู่สปาร้านใดนำมาใช้เตรียมเข้าซังเตได้เลย เตือนคนอยากสวย ใช้แล้วอันตรายเสี่ยงดูดซึมเข้าร่างกาย แถมไม่ช่วยให้ผิวขาวอมชมพู พร้อมเร่งออก พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ คุมสปาทั่วประเทศ ยุติการแฝงขายบริการทางเพศ


   นพ.สมชัย ภิญโญพรพานิชย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวมีร้านสปานำเกลือสปาผสมยาไอซ์มาให้บริการแก่ประชาชน ว่า สบส.เพิ่งได้ข่าวมาเช่นกัน และกำลังเร่งตรวจสอบร่วมกับทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ แต่จะมีจริงหรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจ และไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่หากสถานบริการใดนำเกลือสปาผสมยาไอซ์มาให้บริการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย เพราะเข้าข่ายเป็นกระบวนการค้ายาเสพติด
       
       นพ.สมชัย กล่าวอีกว่า ความเชื่อที่ว่า ยาไอซ์ช่วยให้ผิวสวยและผิวขาวอมชมพูนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิดแน่นอน เพราะไม่มีผลทางการแพทย์ใดๆที่ระบุว่า ยาไอซ์ช่วยให้ผิวสวย ผิวขาว และหากร่างกายของผู้ใช้บริการมีแผลแล้วมาใช้บริการเกลือสปาผสมยาไอซ์ก็เสี่ยงต่อการดูดซึมสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย
       
       นพ.สมชัย กล่าวต่อไปว่า สบส.กำลังเร่งออก พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพื่อควบคุมร้านสปาให้ได้มาตรฐานเดียวกัน และควบคุมการแฝงค้าบริการทางเพศ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา หาก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวประกาศใช้เมื่อใด สปาทุกแห่งทั่วประเทศต้องมาขึ้นทะเบียนกับ สบส. หากไม่มาขึ้นทะเบียนจะถือเป็นสปาเถื่อน แต่ระหว่างนี้ยังถือว่าเป็นธุรกิจบริการและอยู่ในความควบคุมของกระทรวงมหาดไทยอยู่ โดยทาง สบส.จะเข้าไปดูแลในเรื่องมาตรฐานด้านอาคารสถานที่ ความปลอดภัย และผู้ดำเนินการ ที่ต้องผ่านการอบรมและมีใบประกาศนียบัตรที่มีหลักสูตรของ สบส.รับรอง หากผ่านมาตรฐานของ สบส.ทั้งหมดจะมีการมอบโลโก้ของกรมให้แก่ร้านดังกล่าวว่าได้มาตรฐานของ สบส...


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
www.manager.co.th

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

4 ทิปส์ง่ายๆ ที่จะทำให้คุณแสนสดชื่นตอนเช้า

By Lady Manager



เพราะในแต่ละวัน คุณต้องทำงานหนักกายเหนื่อยสมอง ช่วงเวลานอน คงเป็นเวลาที่คุณๆ รอคอย ทว่าเมื่อหลับพักผ่อนไปแล้ว 6-8 ชั่วโมง หลายคนตื่นเช้าขึ้นมาก็ยัง งัวเงีย อ่อนระโหยโรยแรง พาลให้ทั้งวันหงุดหงิด งุนงงไปหมด
        หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะทำให้ตื่นนอนยามเช้าแล้วสดใส สลัดความง่วงได้เป็นปลิดทิ้งแล้วล่ะก็ ...เรามีทิปส์ดีๆ มาฝากกัน ^^


ทิปส์1 : ลดกิจกรรมยามเย็น
       
       “หากคุณต้องการจะเป็นคนตื่นเช้า คุณจำเป็นต้องลดความสำคัญของช่วงเย็นลงบ้าง” ดร.Tracy Marks จิตแพทย์และนักเขียนผู้เชี่ยวชาญในการเขียนเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพการนอนกล่าว พร้อมแนะนำว่า หากคุณอยากจะตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น คุณก็ต้องพยายามบังคับตัวเอง ไม่ให้เพลิดเพลินทำงาน, ดูหนัง, ฟังเพลง ในยามดึกมากเกินไป ให้ท่องไว้เสมอว่า เก็บสิ่งต่างๆ ไว้ทำยามเช้าดีกว่า
       
       ดังนั้นถ้าอยากตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น ลองปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางอย่างของตัวเอง เก็บไว้ทำยามเช้าซะบ้าง เช่น จากที่เคยชินกับการอ่านหนังสือดึกๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ แล้วตื่นเช้ามาอ่านหนังสือรับอรุณแทนจะดีกว่า 



ทิปส์2 : ให้รางวัลตัวเองยามเช้า
       
       แม้ทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ จะเป็นช่วงเวลาที่แสนรีบเร่ง แต่หากคุณสละเวลายามเช้า ให้รางวัลกับตัวเองสักนิด ช่วงเวลาอันแสนยุ่งเหยิง อาจกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ และสร้างพลังใจคุณได้ทั้งวัน!
       
       รางวัลที่มอบแก่ตัวเอง อาจไม่ต้องมากมายใหญ่โต คุณอาจทำแค่เพียงยอมตื่นเช้าขึ้นอีกสักนิด เผื่อเวลาเอาไว้ให้คุณได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือพิมพ์ในคอลัมน์ซุบซิบดาราที่คุณโปรดปราน, อ่านนิตยสารเล่มโปรด, ฟังข่าว, ฟังเพลง, ออกกำลังกาย, นั่งสมาธิ หรือแม้แต่นั่งชิลล์จิบกาแฟสักถ้วย โดยไม่ต้องรีบดื่มแล้ววิ่งออกไปทำงาน
       
       แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ แต่หากมันคือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เท่านี้ก็ถือเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง เพิ่มพลังให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใส เปี่ยมพลังมากกว่าเคยแล้วล่ะ 



ทิปส์3 : กระตุ้นตัวเอง...ให้ตื่นตัว
       
       อีกวิธีที่ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องอาศัยความเข้มแข็งจากจิตใจตัวเอง นั่นคือ เมื่อยามนาฬิกาปลุกดัง คุณอาจง่วงงัวเงีย อยากจะรีบเอามือกดปิดเสียง นึกขอเวลานอนต่ออีกสัก 5 นาที
       
       ทว่าจากนี้ จงข่มใจแล้วบอกกับตัวเองว่า “ต้องตื่น” พร้อมคิดเอาไว้เสมอว่าในเช้าวันนี้มีสิ่งใดที่คุณต้องทำต้องสะสางอยู่บ้าง
       
       ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สมอง ตื่นตัวตั้งแต่เช้า เชื่อเถอะว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากคุณมีจิตใจที่แน่วแน่ ปลุกกระตุ้นตัวเองให้ตื่นตัวได้ วันทั้งวันก็จะสดใส ดีได้อย่างใจคุณ


ทิปส์4 : ออกกำลังกายยามเช้า
       
       การออกกำลังกาย นอกจากช่วยให้คุณมีสุขภาพดีแล้ว สารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ที่ร่างกายหลั่งออกมาจากการออกกำลังกายยังทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวอีกด้วย
       
       “การออกกำลังกายในตอนเช้าจะช่วยเพิ่มพลังงานให้กับคุณ คุณจะมีอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้น และสารอะดรีนาลีน ก็จะมีระดับเพิ่มขึ้นหลังจากการออกกำลังกาย” ดร.Marks กล่าว
       
       นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยยืนยันว่า การออกกำลังกายก่อนรับประทานอาหารเช้า ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น และทำให้น้ำหนักลดลงได้มากกว่า การออกกำลังกายหลังรับประทานอาหารเช้าด้วย
       
       ดังนั้นการออกกำลังกายก่อนรับประทานอาหารเช้านี่แหละ วิธีง่ายๆ ที่ให้ประโยชน์หลากหลาย ทำให้ร่างกายตื่นตัวไปทั้งวัน, รักษาหุ่นให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม แถมลดความอ้วนได้ดีอีกต่างหาก


       เรียบเรียงจากนิตยสารเรียลซิมเปิ้ล
     
       >> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ: 
www.manager.co.th :28 พฤษภาคม 2555 09:09 น.